คนร้ายป่วนไม่เลิก! หลังพบระเบิดอย่างต่อเนื่อง เชิญตัว2ผู้ต้องสงสัยเค้นสอบ หน่วยข่าวแจ้งเตือนระวังก่อเหตุร้ายที่หาดใหญ่และสะเดา
ผู้สื่อข่าวรายงาน ระบุรายงานข่าวแจ้งว่า ฝ่ายความมั่นคงชายแดนใต้ ได้ปรากฏข่าวสารแจ้งเตือนกำลังทุกฝ่ายที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ว่า ขณะนี้กลุ่มคนร้ายวางแผนวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณชุมชน ร้านค้า โดยเฉพาะการลอบวางระเบิดชุมชนเมืองและย่านการค้า ซึ่งกลุ่มกลุ่มคนร้ายน่าจะก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ โดยเป้าหมายน่าจะเป็นเขตเทศบาลเมืองทั้ง 3 จชต. ซึ่งเป็นเขตเซฟตี้โซน รวมทั้งย่านการค้าในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และอ.สะเดา จ.สงขลา
จึงขอกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุรุนแรงมีการ รปภ.ที่เข้มงวดและรัดกุมต่อเนื่องในระหว่างปฏิบัติภารกิจหรือเดินทางทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กลุ่มคนร้ายเคลื่อนไหว รวมทั้งตั้งจุดตรวจ ตรวจค้นรถต้องสงสัย 3 คัน รวมทั้งจยย.อีก 2 คัน ที่ถูกโจรกรรมมา
ขณะเดียวกัน ยังกำชับให้ดูพฤติกรรมคนร้ายที่สวมหมวกกันน็อคเพื่ออำพรางใบหน้า และแจ้งเตือนร้านค้าต่างๆให้หมั่นสังเกตและตรวจตราหน้าร้าน และกระถางต้นไม้ เนื่องจากที่ผ่านมาคนร้ายจะนำมาวางที่กระถางต้นไม้ ถ้าผิดสังเกตให้แจ้งชุดเก็บกู้ระเบิดทันที ซึ่งจำเป็นต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังวันครบรอบเหตุการณ์ตากใบ
ส่วนกรณีที่กำลังเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังทหาร ตำรวจ พร้อมชุดสืบสวนคดีสำคัญ ศชต.,ฉก.ทพ.43 เข้าตรวจค้น จากพบผู้ต้องสงสัยในกล้องวงจรปิด โดยเชิญตัวผู้ต้องสงสัย เกี่ยวข้องกับระเบิดเมื่อ 21 ตค. ที่เขตเทศบาลนาประดู่ และเขตเทศบาลตำบลโกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานีที่ผ่านมา จำนวน 2 คนนั้น โดยเชิญตัวนายมะราวี สารี และนายมาหามะ ตาเหร์ โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก
ล่าสุด ได้เก็บ DNA และส่งตัวไปซักถามข้อเท็จจริง ที่ศูนย์ซักถามค่ายบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะนี้อยุ่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานวา นางมารียะห์ ตาเหร์ ภรรยาของมาหามะ ตาเหร์ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางระเบิดในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลนาประดู่และถูกเชิญตัวเมื่อค่ำวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมาได้วิงวอนขอความเป็นธรรมให้กับสามี และครอบครัวด้วย ว่าเมื่อเวลาประมาณ18.00น.วันที่ 21 ต.ค. ตนได้นั่งรถจักรยานยนต์ออกไปซื้อยาปวดข้อทีคลีนิคหมอพูลสวัสดิ์ ในเมืองปัตตานี ในระหว่างรอรับยาสามีออกไปถ่ายเอกสารที่ร้านถ่ายเอกสาร ประมาณ5นาที่ จากนั้นสามีมารับตนที่คลินิกแล้วกลับบ้าน หลังจากนั้นตนและสามีก็กลับมาสอนอัลกุรอ่านให้กับเด็กในหมู่บ้านที่พ่อแม่มาฝากไว้ ในเวลาค่ำเป็นประจำทุกวันและยังไม่รู้ซ้ำไปว่าในห่วงเวลาเดียวกันเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์
จนกระทั่งเมื่อเย็นของวันที่ 21ต.ค.2558 ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาปิดล้อมบ้านแล้วเชิญสามี ไปสอบสวน โดยอ้างว่าเห็นในวงจรปิด ทั้งๆที่วันเกิดเหตุระเบิด สามีอยู่บ้าน และผู้ปกครองของเด็กก็ทราบดีว่าอยู่บ้าน
นางมารียะห์ เปิดเผยอีกว่า 8 ปีที่ผ่านมา จนท.ได้พยายามเชิญตัวว่ามีส่วนพัวพันกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ก่อนหน้าที่ญาติได้ทำหนังสือถึง พลโท อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่4ในคณะนั้น เพื่อขอความเป็นธรรม จากนั้นทำให้การติดตามของเจ้าหน้าที่ได้ยุติทันที จนกระทั่งมาเกิดขึ้นอีกครั้งจึงขอความเป็นธรรมด้วย
ส่วนเหตุร้ายรายวัน เมื่อเวลา10.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล รองผบก.ภ.จ.ปัตตานี รับรายงานจาก สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ว่า พบวัตถุต้องสงสัยบริเวณ เสาไฟฟ้า ปากทางเข้าตลาดอรนี ทางไปน้ำตกทรายขาว เขตเทศบาลตำบลนาประดู่ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จึงพร้อมด้วยชุดเก็บู้วัตถุระเบิด และกำลังตำรวจทหาร รุดไปตรวจสอบ กระสอบปุ๋ย ปิดทับด้วยทรายละเอียดโดยวางไว้ข้างเสาไฟฟ้าดังกล่าว จึงกันไม่ให้ประชาชนเข้ามาในเขตรัศมีแรงระเบิด พร้อมทั้งเก็บกู้ประมาณเกือบชั่วโมง ก็สามารถกู้ได้สำเร็จ สามารถทำลายวงจรเชื่อมระเบิดได้
ตรวจสอบภายในพบท่อเหล็ก ขนาด กว้าง5นิ้ว ยาว 12นิ้ว ภายในพบแบตเตอรี่ขนาด 1.5 โวลล์ จำนวน8ก้อน และ 9โวลล์ จำนวน1ก้อนใช้สก็ตเทปพันติดกับโทรศัพท์มือถือ่ โดยตั้งเวลาให้ระเบิดใน วันพฤหัสบดี ที่22ต.ค.58 เวลา20.00น. ซึ่งเป็นระเบิดชนิดเดียวกันที่ระเบิดที่ผ่านมา 21 ต.ค.
จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายคงจะลักลอบนำระเบิดมาตั้งไว้ช่วงกลางคืน และวางไว้ที่เกิดเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์อีก หลังจากที่ผ่านมาได้วางระเบิดไปแล้ว 9 จุด และที่สามารถเก็บกู้ได้อีกหลายจุดที่ผ่านมานั้น โดยการวางระเบิดครั้งนี้ใช้ระบบ จุดระเบิดด้วยระบบไฟฟ้า ควบคุมการจุดด้วยการการตั้งเวลา เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย
ในเวลาไล่เลี่ยกันพบหลุมเพื่อเตรียมวางระเบิดชุดปฏิบัติการลาดตระเวณของ ร้อย.ทหารพราน 4304 ชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 43 ได้ออกตรวจลาดตระเวณดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชน ตรวจพบหลุมต้องสงสัยข้างไหล่ทาง บริเวณเสาไฟ รินบนถนนสาย 42 บ.โคกดีปรี ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยปากหลุมมีขนาดความกว้าง 30 คูณ ซม. ลึกเข้าไปใต้ท้องถนน 50ซม. จำนวน 2 หลุม โดยมีกระสอบปิดบังปากหลุมไว้จึงแจ้งชุดเก็บกู้เข้าไปเก็บกู้ แต่พบเพียงแต่หลุม คนร้ายยังไม่ได้นำระเบิดมาในหลุมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ จึงฝังกลบด้วยปูน เรียบร้อยแล้ว





