ประชาชน-นักท่องเที่ยว ร่วมชมขบวนแห่พระรอบเมืองภูเก็ต-ม้าทรงยังใช้วัสดุทิ่มแทงร่างกาย ตามความเชื่อรับเคราะห์แทนผู้ถือศีลกินผัก
บรรยากาศงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2558 วันนี้ (18 ต.ค.) มีการประกอบพิธีอิ้วเก้ง หรือแห่พระรอบเมืองของศาลเจ้าบางเหนียวโดยเริ่มขบวนออกจากศาลเจ้าไปยังปลายสะพานหิน เพื่ออัญเชิญควันธูปควันเทียน จากนั้นขบวนพระได้แห่ไปรอบเมืองภูเก็ตก่อนที่จะกลับเข้าศาลเจ้า โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดสีขาวร่วมชมขบวนแห่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ผู้มีบ้านเรือนหรือสำนักงานตั้งอยู่ตามเส้นทางที่ขบวนแห่ผ่านจะมีการตั้งโต๊ะบูชารับขบวนพระ
นอกจากนี้ที่บริเวณลานนวมินทร์ เทศบาลนครภูเก็ต โดยนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้มีการตั้งโต๊ะรับพระ และมีบริษัทเอกชน ตลอดจนประชาชนมาตั้งโต๊ะรับพระด้วย เช่นเดียวกับบริเวณวงเวียนหอนาฬิกา หรือวงเวียนสุรินทร์ ตลอดจนบริเวณหน้าโรงแรมเพิร์ลภูเก็ตเจ้าของอาคารและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ตั้งโต๊ะรับพระ และมีการจุดประทัดราวรับขบวนเกี้ยวเป็นจำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยเสียงและควันประทัด
อย่างไรก็ตามในส่วนของม้าทรงซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด และมีจำนวนมาก ชายและหญิง ได้มีการใช้อาวุธทรมานร่างกายมีทั้งวัสดุที่บรรจุไว้ในตำนาน และวัสดุนอกตำนาน เช่น รถสามล้อเด็ก หัวมอเตอร์ไซด์มินิ ล้อแม็กรถยนต์ พลั่ว มีดดาบ ปืนบีบีกัน หัวมณฑล เข็มฉีดยา เลื่อยวงเดือน เตารีดโบราณ ดาบร่ม เป็นต้น ทิ่มแทงตามส่วนต่างๆ ร่างกาย ด้วยความเชื่อว่า เป็นการรับเคราะห์แทนผู้เข้าร่วมประเพณีถือศีลกินผัก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงค่ำวันนี้ (18 ต.ค.58) มีหลายศาลเจ้าที่ประกอบพิธีลุยไฟ เช่น ศาลจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ประกอบพิธีลุยไฟที่ปลายแหลมสะพานหิน, ศาลเจ้าเจ่งอ๋อง (หน้าโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต) ประกอบพิธีที่บริเวณศาลเจ้า, ศาลเจ้าท่าเรือ ประกอบพิธีบริเวณศาลเจ้า, ศาลเจ้าหล่อโรง ประกอบพิธีบริเวณลานที่ว่างปากทางเข้าโรงเรียนไทยหัวอาเซียนด้านหลังร้านแสงดำรง (หลังสวนหลวง) เป็นต้น
สำหรับพิธีอิ้วเก้ง (แห่พระ) เป็นการออกประพาสเพื่อโปรดสัตว์ หรือทำนองออกเยี่ยมราษฎรของพระมหากษัตริย์ โดยมีขบวนธง และป้ายชื่อแห่นำหน้า จากนั้นเป็นเกี้ยวหามรูปพระ เรียกว่า ไทเปี๋ย หรือเสลี่ยงเล็ก โดยหามรูปพระบูชาต่างๆ ออกนั่งเกี้ยวตามขั้น และยศของเทพ จากนั้นเป็นขบวนของนิ่วสิ่ว (ฉัตรจีน) ตามด้วยพระเกี้ยวใหญ่ หรือตั๋วเหลี้ยน (เสี่ยงใหญ่) เป็นที่ประทับองค์กิ๋วอ่องไต่เต่ มักใช้ 8 คนหาม ขณะที่เมื่อขบวนแห่ผ่านไปตามถนนสายต่างๆ จะมีชาวบ้านตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้าน หรืออาคารสำนักงาน และจุดประทัดต้อนรับ
ส่วนวันพรุ่งนี้ (19 ต.ค.58) จะเป็นการแห่พระรอบเมืองของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีจำนวนม้าทรงมากที่สุดของจังหวัดภูเก็ต





