รรท.ผบช.ภ.3 ลงพื้นที่ศรีสะเกษร่วมสอบแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ได้ผู้ต้องหา11คน ไม้พะยูง86ท่อนกลม รถยนต์ 4 คัน
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 ต.ค. ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รักษาการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3 ได้เดินทางลงมาร่วมสอบสวนคดีการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายค้าไม้พะยูงเถื่อนข้ามชาติ ไทย–ลาว
ร่วมกับ พล.ต.ต.บุญยศ บุญไพศาล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยรอง ผู้บังคับการ, ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ชุดสืบสวนสอบสวน ภูธรจังหวัด และภูธรเมืองศรีสะเกษ ที่ได้ร่วมกันสกัดจับเครือข่ายค้าไม่พะยูงจากชายแดนไทย–กัมพูชา โดยการใช้รถยนต์ 4 คันขนไม้ โดยคันแรกจะขับนำหน้าเพื่อตรวจสอบเส้นทาง คันที่สอง และสามจะใช้ขนส่งไม้พะยูงไปเต็มคันรถ และคันสุดท้ายจะคอยปิดท้าย เฝ้าระวังหลัง โดยทุกคันจะใช้โทรศัพท์พูดคุยกันตลอดระยะทางการลำเลียงไม้พะยูงออกจากป่า จนกว่าจะเดินทางไปถึงจุดหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าว จึงได้ทำการสกัดจับได้กลางคืนก่อน นำตัวมาสอบเค้น ทั้งหมดรับสารภาพ และอยู่ระหว่างขยายผลต่อไปยังนายทุน
พล.ต.ต.ทวิชชาติ เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานว่ามีการจับกุมเครือข่ายค้าไม้พะยูงข้ามชาติ พร้อมกับมีการอ้างกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า ได้มีการจ่ายสินบนเคลียร์ทางไว้หมดแล้ว ทำไมต้องจับกุมกัน พร้อมกับการเสนอสินบนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจศรีสะเกษอีกด้วย แต่เจ้าหน้าที่ได้ปฎิเสธ จึงเดินทางมาร่วมสอบสวนทางลับ ซึ่งผู้ต้องหาได้อ้างว่ามีอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเครือข่ายนายทุนในการเคลียร์ทางให้ก่อนที่จะมีการขนไม้พะยูงเถื่อนจากชายแดนอำเภอขุนหาญ ไปส่งที่จังหวัดหนองคาย ก่อนจะข้ามฝั่งไปประเทศลาว ขณะที่แก๊งนี้มีคนลาวที่ถูกชี้ตัวว่าเป็นนายทุนเข้ามาตรวจสอบไม้พะยูงก่อนรับซื้อขึ้นรถขนส่งด้วย โดยขณะนี้กำลังท้องแก่ 8–9 เดือนแล้ว ซึ่งหากตนสืบทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องรับสินบนเคลียร์ทางจะดำเนินคดีอย่างหนักด้วย
ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพในการร่วมกันรับซื้อ รับจ้างขนส่งไม้พะยูงจากชายแดนไทย เพื่อนำไปส่งนายทุนที่จังหวัดหนองคาย ก่อนส่งออกไปประเทศลาว ซึ่งนายทุนผู้ว่าจ้างอ้างตัวเป็นอดีตนายตำรวจใหญ่ ไม่ต้องห่วงขนส่งผ่านได้ เคลียร์สินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเส้นทางแล้ว และให้รถยนต์ขับนำขบวน และปิดท้ายตลอดเส้นทางแล้ว รับรองไม้ถูกจับแน่นอน สุดท้ายก็ไปไม่รอดถูกจับ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมกำลังแกะรอยตามหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้า–ออก เพื่อขยายผลไปยังนายทุน ทั้งนายทุนผู้รวบรวมไม้จากชายแดน และนายทุนรับซื้อเพื่อส่งขายออกต่างชาติต่อไป


