จนท.ระดมกำลังตามควบคุมตัวโรฮิงญา หลบหนีจากบ้านพักเด็กและครอบครัวครบ14คน เผยนายหน้าวางแผนพาหนี เตรียมส่งตม.ดูแล
หลังจากในช่วงดึกที่ผ่านมา ชาวโรฮิงญา เด็กและสตรี จำนวน 14 คน ได้ก่อเหตุหลบหนีออกจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยการแหกลูกกรงห้องนอนชั้น 2 ของอาคารความสูงประมาณ 3 เมตร
ก่อนใช้ผ้าห่มมัดต่อเป็นเชือกโรยตัวลงมาด้านล่าง และหลบหนีออกไปทางกำแพงด้านข้างขณะที่มีรถตู้ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่มาจอดรอรับอยู่บนถนนเพชรเกษมสายตะกั่วป่า – เขาหลัก และเจ้าหน้าที่จับตัวกลับมาได้แล้ว 9 คน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยหน่วยเฉพาะกิจปกครองอำเภอตะกั่วป่า เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา ได้ขยายวงค้นหาชาวโรฮิงญาจนพบชาวโรฮิงญาอีก 5 คนซ่อนตัวอยู่ในป่า ห่างออกไป จากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 1กิโลเมตร
นายอนันต์ ดนตรี พัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ว่า บ้านพักเด็กและครอบครัว ได้รับจากเด็กและสตรีชาวโรฮิงญา สภ.คุระบุรี จ.พังงา จำนวน 5 คน และ ตม.พังงา จำนวน 9 คน จากนี้จะทำการส่งกลับไปยังหน่วยงานที่ส่งมาจำนวน 12 คน ส่วน เด็กอายุ 7 ขวบ และ 5 ขวบนั้น ทางบ้านพักเด็กก็จะรับดูแลต่อไป
ส่วนสาเหตุการหลบหนีนั้น พบว่า โดยปกติชาวโรฮิงญาไม่ได้ต้องการที่จะมาอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว พวกเขาต้องการอพยพไปยังประเทศที่ 3 เท่านั้น แต่เดินทางต้องผ่านประเทศไทย จนโดนจับในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง เมื่อครอบครัวของพวกเขาที่อยู่ที่ประเทศปลายทาง มีความต้องการนำชาวโรฮิงญาออกจากประเทศไทยให้ได้
จึงทำให้กลุ่มนายหน้าต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อนำชาวโรฮิงญาออกไปให้ได้ โดยจะมีรูปแบบของกระบวนการคือ อาจมาเยี่ยมเยียน วนไปวนมา หรือ ปะปนมากับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะทำการสืบเสาะ แสวงหาว่า กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ได้ ก่อนจะทำการนัดหมายและพาหนีออกไป
ส่วนเหตุผลที่ไม่รับดูแลต่อนั้น เนื่องจากการทำงานของบ้านพักเด็กและสตรี เป็นสถานที่เปิดเพื่อดูแลปัญหาของเด็กและสตรี โดยไม่ใช่สถานกักกัน จึงทำให้มีแต่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงทำงานและไม่ได้มีระบบป้องกันเหมือนกับ ตม. จึงทำให้ชาวโรฮิงญาสามารถทำการลักลอบติดต่อกับนายหน้าจนเกิดการหลบหนีไปแล้วนั้น หากยังดูแลอีกก็จะทำให้ชาวโรฮิงญาพยายามหลบหนี และเป็นตัวอย่างให้คนอื่นหลบหนีด้วย จึงส่งไปยัง ตม.พังงา เพื่อกักขังและป้องกันการหลบหนีออกไปอีก และจากนี้ ก็จะนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เพื่อขอกำลังเสริมจากฝ่ายปกครองหรือฝ่ายตำรวจมาดูแลภายนอก เพื่อทำการป้องกันบุคลภายนอกที่จะมาติดต่อ หรือมารับตัวต่อไป และขอย้ำว่า บ้านพักเด็กได้ดูแลในรูปแบบตามหลักมนุษยธรรม ไม่ใช่สถานกักกัน





