ผู้การฯกองปราบ เรียก "รองสารวัตร" ในสังกัด ตรวจสอบข้อเท็จจริง พันคดีรีดเงินชาวญี่ปุ่น เผยยังไม่สั่งพักราชการ
จากกรณีที่ นายคิกูชิ มาซาโต๊ะ อายุ 36 ปี นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ทรงศักดิ์ เศษฤทธิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ยานนาวา หลังจากถูกกลุ่มคนอ้างตัวเป็นตำรวจจำนวน3 คน ร่วมกันคุมตัวตนและภรรยาไปขังในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ก่อนขู่กรรโชกทรัพย์รีดไถเงินเป็นจำนวนกว่า1 ล้านบาทเพื่อแลกกับอิสระภาพไม่ให้ถูกดำเนินคดีพัวพันยาเสพ ต่อมาภายหลังเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าตำรวจทั้ง3รายคือ พ.ต.ท.พงษ์ธวัช คงเสือ สว.งานยุทธศาสตร์และแผน กก.อก.บก.น.6 ,ร.ต.ท.กฤตย์ปกรณ์ เนียมสอน รอง สว.กก.1 บก.ป.และด.ต.วีระศักดิ์ เภาสู ผบ.หมู่ ป. สน.พระโขนง ก่อนจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. เปิดเผยว่า จากกรณีที่พบว่ามีตำรวจในสังกัดกองบังคับการปราบปราม เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินจากนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและภรรยา เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น เบื้องต้นตนได้รับทราบจาก พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. ผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่ถูกกล่าวหาแล้ว ซึ่งตำรวจคนดังกล่าวคือ ร.ต.ท.กฤตย์ปกรณ์ เนียมสอน รอง สว.กก.1 บก.ป. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.630/2558 ลงวันที่ 21 กันยายน2558 พร้อมกับได้รับการประสานจากทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสอบถามข้อมูลของตำรวจคนดังกล่าว ว่าได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ตนจึงได้สั่งการให้ร.ต.ท.กฤตย์ปกรณ์ เดินทางมาเข้าพบ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง ก็จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการสั่งพักราชการตำรวจคนดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้
ขณะที่พ.ต.ต.ทรงศักดิ์ เศษฤทธิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้ส่งสำนวนคดีไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. เพื่อทำการพิจารณาต่อ เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐฯ โดยในส่วนของรายละเอียดตนไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นได้เดินทางกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นไปแล้วเพียงคนเดียว ส่วนภรรยาชาวไทยไม่ได้เดินทางไปด้วยแต่อย่างใด




