วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้อง'แอน มิตรชัย'โร่พบกองปราบ หลังโดนขู่ปมรถหรู

น้องชายและแม่ "แอน มิตรชัย" โร่พบกองปราบฯ ถูกขู่หวั่นอันตราย แฉปมรถหรู-บังคับให้เซ็นยอมรับหนี้ก้อนโตถึง35ล้านบ. แลกไม่ให้แฉสัมพันธ์อื้อฉาว

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 กันยายน นายคีรีรัก สมณะบารมี หรือ “มิตร มิตรชัย” อายุ 21 ปี พระเอกลิเกหนุ่ม น้องชายคนเล็กของ นายเสมา สมบูรณ์ หรือ "ไชยา
มิตรชัย" และ น.ส.ปรียา สมณะบารมี หรือ "แอน มิตรชัย" นักร้องนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นางวงเดือน สมบูรณ์ มารดา เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อขอคำปรึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรณีที่ถูกนายตำรวจรายหนึ่ง ข่มขู่กรรโชกทรัพย์

โดยมูลเหตุเกิดจากกรณีที่ แอน มิตรชัย ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เข้าตรวจค้นและยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า เวลไฟร์ ทะเบียนป้ายแดง ณ 6601 กรุงเทพมหานคร ขณะกำลังเดินทางไปโชว์ตัวที่งานแห่งหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏเป็นข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้

นายคีรีรัก กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดน่าจะสืบเนื่องมาจากที่ก่อนหน้านี้ ตนได้คบหาดูใจกับสาวใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นหญิงคนสนิทของนายตำรวจท่านหนึ่ง ตนจึงพยายามตีตัวออกห่าง แต่นายตำรวจคนดังกล่าวทราบเรื่องและเกิดความไม่พอใจ จึงนัดหมายให้มาพบเพื่อเจรจาปัญหาความสัมพันธ์เชิงชู้สาวที่เกิดขึ้น ที่ร้านชลบุรีซีฟู้ด ซอยวิภาวดี 62 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม.เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ระหว่างการเจรจา นายตำรวจรายนี้กลับพูดจาข่มขู่ต่างๆ นานา และห้ามไม่ให้ตนยุ่งเกี่ยวกับสาวใหญ่รายนี้อีก

ซึ่งนอกจากนี้ ยังขู่บังคับให้เซ็นยอมรับสภาพหนี้ก้อนโตถึง 35 ล้านบาท หากไม่ยินยอมจะเปิดโปงความสัมพันธ์อื้อฉาวของตน รวมทั้งขู่ว่าจะส่งคนไปทำร้ายบุคคลในครอบครัวด้วย ทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัวและจำยอมเซ็นรับสภาพหนี้ยอดดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของตนและคนในครอบครัว

นายคีรีรัก กล่าวอีกว่า สำหรับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า เวลไฟร์ คันที่ แอน มิตรชัย พี่สาวของตนนำไปใช้งาน แล้วถูกตำรวจเข้าตรวจยึดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา นั้น เป็นรถที่ตนได้รับมาจากสาวใหญ่เพื่อสาวคนสนิทของนายตำรวจคู่กรณี ซึ่งไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นรถที่หลบเลี่ยงภาษี และได้นำเรื่องทั้งหมดมาปรึกษากับทางตำรวจ บก.ป. และลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยได้รับคำแนะนำให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจท้องที่เกิดเหตุเนื่องจากกรณีดังกล่าวน่าจะเป็นโมฆะ หรือหากประสงค์จะดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยนั้น ก็ให้ปรึกษากับทนายความเสียก่อน