วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบสาวใหญ่แก๊งตกทอง ก่อเหตุตุ๋นเหยื่อตามห้าง

ตำรวจรวบสาวใหญ่แก๊งตกทอง ก่อเหตุตุ๋นเหยื่อตามห้าง รับสารภาพเคยถูกจับกุมข้อหาเดียวกันมาแล้วติดคุกอยู่ 2 ปี ก็ออกมาตระเวนก่อเหตุ

เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 28 ก.ย. พ.ต.อ.ขจรพงษ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.อัครัช ถนอมชาติ สว.สส. พ.ต.ต.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ เข้าจับกุมนางสกุลรัตน์ หรือปู กระต่ายเพชร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128 หมู่ที่ 1 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 625/2557 ลงวันที่ 8 ต.ค.57 ในความผิดข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ โดยจับกุมได้ภายในห้างบิ๊กซี สาขาพระราม 4 ถนนพระรามที่ 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำปลอม น้ำหนัก 3 บาท 1 เส้น และน้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำปลอม น้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น และกระเป๋าถือสุภาพสตรี 1 ใบ

พ.ต.ต.อัครัช เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา มีหญิงผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน  สน.ทองหล่อ ว่าถูกกลุ่มคนร้ายเป็นหญิง จำนวน 3 คน ร่วมกันก่อเหตุตกทอง ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1.50 บาท 1 เส้น ไปจากห้างบิ๊กซีพระราม 4 ก่อนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้างดังกล่าว จนกระทั่งพบว่า นางสกุลรัตน์ พร้อมพวกอีก 2 คนที่ยังหลบหนีอยู่ เป็นผู้ก่อเหตุในวันดังกล่าว จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนคอยดักซุ่ม พร้อมประชาสัมพันธ์กับทางห้างให้ช่วยเฝ้าระวังผู้ต้องหากลุ่มนี้ จนกระทั่งเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา นางสกุลรัตน์ ได้เดินทางมาที่ห้างดังกล่าวอีกครั้ง จึงนำกำลังเข้าจับกุมเอาไว้ได้พร้อมของกลางดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ทองหล่อ

จากการสอบสวนนางสกุลรัตน์ ให้การรับสารภาพทั้งน้ำตาว่า ปกติทำอาชีพค้าขายเสื้อผ้าอยู่ตามตลาดนัดต่างๆ ในย่านดอนเมือง โดยก่อนหน้านี้ เคยถูกตำรวจ สน.ท่าพระ จับกุมข้อหาเดียวกันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 52 ติดคุกอยู่ 2 ปีก็ออกมาตระเวนก่อเหตุอีก ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปก็เพราะเงินไม่พอใช้จ่าย โดยตนจะรวมตัวกับเพื่อนอีก 2 คนคือ น.ส.เอี้ยง กับ น.ส.จันทร์ ไม่ทราบชื่อจริง-นามสกุล ตระเวนก่อเหตุตามห้างโลตัส-บิ๊กซี ในกทม.และต่างจังหวัด ที่มีคนเดินเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็จะเจาะจงเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงและมีลักษณะซื่อไม่ทันคนเท่านั้น เมื่อได้เหยื่อแล้วก็จะส่งสัญญาณให้ น.ส.จันทร์ ทำทีเดินเข้าไปหาเหยื่อเป็นคนแรกแล้วบอกเหยื่อว่า ทำกระเป๋าถือหาย พร้อมกับบอกลักษณะของกระเป๋าเอาไว้ ก่อนที่ น.ส.จันทร์ จะเดินเลี่ยงออกจากเหยื่อไป

นางสกุลรัตน์ ให้การด้วยว่า หลังจากนั้น ตนก็จะทำทีเดินเข้าไปหาเหยื่อเป็นคนถัดไป พร้อมชี้ไปทาง น.ส.เอี้ยง ที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเหยื่อ แล้วบอกเหยื่อว่า น.ส.เอี้ยง น่าจะเป็นคนเก็บกระเป๋าถือได้ เมื่อ น.ส.เอี้ยงเดินเข้ามาหาเหยื่อ ก็จะบอกเหยื่อว่าเก็บกระเป๋าได้จริง จากนั้นพวกตนก็จะทำทีชวนกันไปเดินตามหา น.ส.จันทร์ ที่ทำกระเป๋าหาย ไปทั่วๆ ห้าง

เมื่อตามหา น.ส.จันทร์ไม่เจอ ตนกับ น.ส.เอี้ยง ก็จะชวนเหยื่อเปิดกระเป๋าตรวจดูทรัพย์สิน ก่อนทำทีหยิบทองปลอมที่เตรียมไว้ในกระเป๋าขึ้นมา จากนั้นก็จะออกอุบายชวนเหยื่อแบ่งทรัพย์สินกัน โดยให้ น.ส.เอี้ยง ขอสร้อยทองของจริงที่เหยื่อใส่อยู่ซึ่งจะน้ำหนักน้อยกว่าไป แลกกับทองปลอมเส้นใหญ่ในกระเป๋า เมื่อเหยื่อหลงเชื่อยอมแลก น.ส.เอี้ยง ก็จะรีบหลบหนีไปทันที ส่วนตนก็จะทำทีบอกเหยื่อว่า ขายของอยู่ในห้างดังกล่าว และให้เหยื่อเป็นคนนำทองไปขาย แล้วเอาเงินมาแบ่งกัน ก่อนจะเดินหลบหนีไป ก่อนที่เหยื่อจะรู้ตัวว่าทองที่แลกไปนั้นเป็นของปลอม จากนั้นพวกตนทั้ง 3 คนก็จะเอาทองไปขายนำเงินมาแบ่งกัน จนกระทั่งวันนี้เตรียมตัวมาก่อเหตุอีกครั้ง แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน

ด้าน พ.ต.ต.ภานุภัทร กล่าวว่า จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหารับว่าก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายสิบครั้ง ตามย่านคลองเตย บางนา ดาวคะนอง สมุทรปราการ และตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะในท้องที่ สน.ทองหล่อนั้น ผู้ต้องหากับพวกก่อเหตุในปีนี้มาแล้ว 5 ครั้ง ได้ทองคำไปครั้งละ 50 สตางต์-1.50 บาท ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า มีหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกงในลักษณะนี้ติดตัวอยู่อีกหลายหมายจับด้วยกัน ทั้งในสน.บางซื่อ จ.พระนครศรี อยุธยา ลพบุรี น่าน หากผู้เสียหายรายใด สงสัยว่าจะเคยถูกผู้ต้องหาแก๊งนี้ก่อเหตุตกทอง สามารถมาดูตัวได้ที่ สน.ทองหล่อ