วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รับมือภัยแล้งปีหน้า!เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปิดระบายน้ำ

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปิดการระบายน้ำออกจากเขื่อน เร่งเก็บน้ำ คาดปีนี้มีน้ำไม่เต็มเขื่อน คาดเขื่อนแควน้อยจะเก็บน้ำได้แค่40%ปีหน้างดส่งน้ำ

นายอรรถพร ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการจัดสรรน้ำสำนักงานชลประทานที่10 จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่าสำหรับฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ทำให้มีน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีน้ำสะสมจนถึงขณะนี้อยู่ที่ 174 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น%อยู่ที่18 % ของความจุของเขื่อนป่าสักที่100%ที่960ล้าน โดยฝนที่ตกลงมาในช่วง2-3วันมานี้มีน้ำไหลลงมาที่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนป่าสักอยู่ที่154ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ13ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ขณะนี้ทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำของชลประทานจำเป็นต้องสั่งให้มีการปิดการระบายน้ำออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แล้วตั้งแต่คืนวันที่18กันยายนที่ผ่านมาเพื่อเก็บน้ำในอ่างของเขื่อนเพียงอย่างเดียว

นายอรรถพร บอกต่อว่า จากการติดตามสถานการณ์ของปริมาณน้ำฝนจนถึงขณะนี้คาดว่าในปีนี้เขื่อนป่าสักจะมีน้ำไม่เต็มเขื่อนอย่างแน่นอนโดยคาดว่าน่าจะสามารถเก็บน้ำได้แค่เพียง500ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น%น่าจะเก็บน้ำไว้ในอ่างได้ประมาณ60-70 % ของความจุเขื่อนเท่านั้น ทำให้จะมีผลกระทบกับฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนอย่างแน่นอน ซึ่งทางชลประทานได้มีการว่าแผนบริหารจัดการน้ำแล้วโดยจะระบายน้ำท้ายเขื่อนป่าสักแค่รักษาระบบนิเวศและน้ำอุปโภค บริโภคเท่านั้น จะไม่มีน้ำเพียงพอต่อการทำเกษตรและการทำนาปรังอย่างแน่นอนของปีนี้ จึงขอความร่วมมือให้หยุดการทำนาอย่างเด็ดขาดเพราะไม่มีน้ำเพียงพอ หรือจนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง

ด้านชาวนาในอำเภอบ้านหมี่อย่างนายสงบ อู่ผลเจริญ ซึ่งมีนาอยู่20ไร่ เปิดเผยว่าขณะนี้ตนเองและเพื่อนๆชาวนาอีกจำนวนมากในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ยังไม่สามารถทำนาได้เลยเนื่องจากว่าฝนที่ตกลงมายังมีปริมาณฝนที่น้อยอยู่และน้ำจากห้วย หนอง คลอง บึง ต่างๆก็ยังมีน้อยไม่เพียงพอต่อการทำนา

โดยชาวนารอการทำนามาเป็นรอบที่2แล้วในปีนี้ตั้งแต่นาปรัง และนี้ก็มานาปีอีกทำให้ชาวนาไม่มีรายได้เลยต้องออกหารับจ้างทำงานต่างๆแทนแต่งานก็ไม่มีให้ทำ ทำให้ชาวนาหลายคนอาจจะตัดสินใจเข้ากรุงเทพเพื่อมาหางานก่อสร้างทำแทนดีกว่ารอทำนาแบบไม่มีหวังว่าจะสามารถทำได้เลยจะทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนจากค่าใช้จ่ายต่างๆ

คาดเขื่อนแควน้อยเก็บน้ำได้40% ปีหน้างดส่งน้ำ

นายสมหวัง ปารสุขสาร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ในฤดูปี 2558 นี้ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำเก็บเก็บในระดับที่ต่ำมาก เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกน้อยและไม่ต่อเนื่อง ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกปีถึงหนึ่งเท่าตัว ปริมาณน้ำ ณ วันที่ 22 กันยายน 2558 มีปริมาณน้ำกักเก็บแค่ 277 ล้านลูกบาศก์เมตร ( ล้านลบ.ม. ) หรือ คิดเป็น 29.56 % ของความจุเขื่อนที่ 939 ล้านลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้การได้ 234.5 ล้านลบ.ม. หรือ 24.9 % เป็นสถานการณ์ที่เหมือนกับเขื่อนหลักในภาคเหนือทั้งเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล ที่ปีนี้ มีปริมาณน้ำกักเก็บได้ต่ำมาก โดยขณะนี้ เขื่อนแควน้อยได้ปรับลดการระบายน้ำลงมาอีก เหลือเพียง 6 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ หรือวันละ 5 แสนลบ.ม. เพื่อจะกักเก็บน้ำไว้ให้มากที่สุด

จากการเก็บสถิติปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนแควน้อยย้อนหลังเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกันจากต้นปีถึงเดือนกันยายน จะเห็นได้ชัดว่า ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนแควน้อยปีนี้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก มกราคม-กันยายน ปี 2552 มีน้ำไหลเข้า 827 ล้านลบ.ม. ปี 2553 มีน้ำไหลเข้า 938 ล้านลบ.ม. ปี 2554 มีน้ำไหลเข้า 2,224 ล้านลบ.ม. ปี 2555 มีน้ำไหลเข้า 807 ล้านลบ.ม. ปี 2556 มีน้ำไหลเข้า 980 ล้านลบ.ม. ปี 2557 มีน้ำไหลเข้า 774 ล้านลบ.ม. ขณะที่ตั้งแต่มกราคม-กันยายน 2558 มีน้ำไหลเข้า 341 ล้านลบ.ม. และจากเดิมที่คาดการณ์ว่าฤดูฝนปีนี้ จะสามารถกักเก็บน้ำได้ 59 % แต่คาดว่าระยะเวลาที่เหลือฝนตกอยู่แค่ 1 เดือน ปีนี้เขื่อนแควน้อยคงสามารถกักเก็บน้ำได้แค่ 40 % เท่านั้น

ทั้่งนี้ กรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์น้ำมาโดยตลอดเพื่อประเมินสถานการณ์และแผนบริหารการจัดการน้ำ ในส่วนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ในปี 2559 จะงดการส่งน้ำเพื่อการเกษตรแน่นอน ในพื้นที่ชลประทาน 1.5 แสนไร่ ปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่ต้องบริหารจัดการน้ำร่วมกันทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน การจัดการน้ำในปีหน้า การระบายน้ำต้องระบายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ และเพื่อการอุปโภค ผลิตน้ำประปา ขณะที่น้ำเพื่อการเกษตรจะพิจารณาเป็นลำดับหลัง เนื่องจากปีนี้ต้นทุนน้ำมีต่ำมาก

ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ชลประทานเขื่อนแควน้อยทราบว่าในฤดูกาลผลิตปี 2559 จะไม่ส่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ชลประทาน และสำรวจความต้องการปลูกพืชใช้น้ำน้อยของเกษตรกรในพื้นที่ ว่าจะปลูกพืชชนิดใด จำนวนเนื้อที่เท่าไหร่ เพื่อปลูกทดแทนการทำนา ในปีหน้า สถานการณ์น้ำอาจจะดีขึ้น จากการทำฝายชะลอน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ของจ.พิษณุโลกในปีนี้ จะทำให้สามารถเก็บความชื้นในพื้นที่ป่าได้มากขึ้น การทำฝนเทียมในปีหน้า ก็จะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าปีนี้

เรียกประชุมตัวแทนเกษตรกร แก้ปัญหาภัยแล้ง

นายวิชัย ตั้งคำเจริญ นายอำเภอวิเศษชัยชาญ เป็นประธานประชุมเกษตรกร โดยมีเกษตรกร มาประชุมกว่า 200 คน โดยนายวิชัย กล่าวว่า วันนี้ทางเกษตรจังหวัดอ่างทอง จัดประชุมตัวแทนเกษตรกรของศูนย์บริหารเกษตรตำบล(ศบกต)อำเภอวิเศษชัยชาญ จาก 15 ตำบลจำนวน 200 คนถึงแนวทางช่วยเหลือจากผลกระทบทางการเกษตรจากภาวะแห้งแล้ง ที่จะเกิดขึ้นเร็วเร็วนี้ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ได้วางแนวทางช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร อาทิ จ้างแรงงานเกษตรกรที่ไม่สามารถทำพืชผลทางการเกษตรได้ โดยการจ้างขุดลอกห้วย หนอง คลอง บึง, การปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย,การฝึกอาชีพสร้างรายได้ในช่วงฤดูแล้ง,การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร โดยมีพื้นที่เพาะปลูกข้านาปีและข้าวนาปรังทั้งสิ้น จํานวน 6 แสนกว่าไร่ โดยการเพาะปลูกส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากคลองชลประทาน

นายสมพิศ พูลสวัสดิ์ เกษตรจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์น้ำในเขื่อนลดลงมาก แม้ตอนนี้จะมีฝนตกลงมาบ้าง อยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 ของความจุ โดยที่กรมชลประทานคาดว่าในช่วงเดือนพ.ย.58-เม.ย.59 จะเกิดปัญหาวิกฤติภัยแล้งขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเรียกประชุมตัวแทนเกษตรกรเพื่อระดมความคิดเห็นและความต้องการของเกษตรกรในการแก้และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรม