รองผู้การฯปคม. แถลงจับอดีตครูข่มขืนศิษย์4-5ราย ให้เงินเด็กคนละ10บาท ซ้ำโพสต์รูปลงเน็ตอีก
พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรื ปคม. แถลงผลการจับกุมนายเดชา ประดิษฐ์ หรือครูปื๊ด อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิส โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักในจังหวัดอุตรดิตถ์
พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม.ได้รับการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐว่า พบภาพถ่ายการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงชาวไทย 4 ถึง 5 คน อายุประมาณ 8 ปี ซึ่งเป็นภาพเมื่อ 12 ปีก่อนถูกนำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์หนึ่ง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการร่วมกันสืบสวนกระทั่งทราบว่าผู้เผยแพร่ภาพลามกดังกล่าวคือ นายเดชา จึงได้นำกำลังไปจับกุม โดยนายเดชา จะอาศัยความเป็นครูหลอกลวงเด็กนักเรียนมาล่วงละเมิดทางเพศ ให้เงินเด็กคนละ 10 บาท พร้อมสั่งห้ามไม่ให้บอกใคร ก่อนจะล่วงละเมิดทางเพศ รวมทั้งได้มีการถ่ายรูปไว้ด้วย
"เจ้าหน้าที่พบแหวนของนายเดชา ตรงกับหลักฐานแหวนในภาพถ่ายอนาจาร หลังจากนี้จะประสานไปยัง บก.ปอท.ให้นำคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดไปให้ตรวจสอบ เพื่อขยายผลว่ามีการกระทำผิดในขบวนการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ และจากการตรวจสอบตำรวจยังพบว่ามีรายชื่อเด็กซึ่งคาดว่าถูกนายเดชา ล่วงละเมิดทางเพศมาแล้วประมาณ 24 คน" พ.ต.อ.มานะ กล่าว
ด้านนายเดชา ให้การรับสารภาพว่า เมื่อประมาณ 12 ปีก่อน ได้รับราชการเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ และพลศึกษา และพบว่าตัวเองมีอาการป่วยทางจิต ชอบมีเพศสมพันธ์กับเด็กนักเรียน จึงได้ตัดสินใจล่อลวงเด็กที่มาเข้าค่ายพละศึกษาในโรงเรียนไปล่วงละเมิดทางเพศ ครั้งละ 3 ถึง 4 คน ซึ่งก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2545 มีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กไปแล้วกว่า 20 คน และมีการถ่ายภาพไว้ ก่อนนำไปโพสอินเทอร์เนตในกลุ่มคนรักเด็ก ซึ่ง เป็นกลุ่มแลกเปลี่ยนรูปอนาจารของเด็ก
ทั้งนี้ ปัจจุบันได้ลาออกจากการเป็นครู เนื่องจากถูกจับได้ว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เมื่อปี 2547 ก่อนมาประกอบอาชีพค้าขาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี กระทำชำเราเด็กไม่เกิน 13 ปี และเป็นการกระทำแก่ศิษย์ ซึ่งอยู่ในความดูแล รวมทั้งความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


