'กองปราบ'ลุยตลาดไทกลางดึก กวาดล้างต่างด้าว-ฉี่สีม่วง15ราย

'กองปราบ'ลุยตลาดไทกลางดึก กวาดล้างต่างด้าว-ฉี่สีม่วง15ราย

"กองปราบ" จับมือทหาร เปิดยุทธการ "ตลาดไท ใสสะอาด" ระดมกำลังกว่า 500 นาย ปิดล้อมตลาด กวาดล้างแรงงานต่างด้าว-ยาเสพติด

หลังชาวบ้านแห่ร้องเรียน ผู้การฯกองปราบเตรียมทำ “ตลาดไทโมเดล” ก่อนขยายผลทั่วประเทศ ลั่นจับจริงไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 17 ก.ย. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2 บก.ป. ได้นำตำรวจกองปราบ 350 นาย สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 150 นาย ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จำนวน 30 นาย และตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ภายในตลาดไท โดยใช้ชื่อยุทธการ"ตลาดไท ใสสะอาด” ทั้งนี้เพื่อกวาดล้างการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 

โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปูพรมตรวจค้นบรรดาหอพัก อพาร์ทเมนท์ รวมทั้งสิ้น  7 จุด ภายในหมู่บ้านพระปิ่น 7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และอพาร์ทเมนท์ สูง 4 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหลังตลาดไท จากการตรวจสอบพบว่าหมู่บ้าน และอพาร์ทเมนท์ดังกล่าว มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากใช้เป็นที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จึงได้ขอดูเอกสารว่ามีการขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีเอกสารถูกต้อง และพบแรงงานต่างด้าวไม่มีบัตรอยู่ทั้งสิ้น 25 ราย นอกจากนี้ ยังได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด โดยพบว่ามีแรงงานต่างด้าวปัสสาวะเป็นสีม่วง 15 ราย เบื้องต้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปตรวจสอบสถานบันเทิงคาราโอเกะอีก 17 แห่ง บริเวณซอยเทพกุญชร หรือซอยแมนฮัตตัน จากการตรวจสอบพบว่าสถานบันเทิงในย่านดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกกฎหมาย รวมทั้งได้ทำการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวและพนักงาน แต่ไม่มีการกระทำความผิดแต่อย่างใด 

ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า ที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนผ่านทางรัฐบาล และหลายหน่วยงานว่าบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งพักพิงของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวมทั้งมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด และมีสิ่งผิดกฎหมายหลายประเภทหลังจากได้รับการร้องเรียนทางกองบังคับการปราบปราม จึงได้ประสานสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อดำเนินการตามแผน “ยุทธการตลาดไทย ใสสะอาด" หลังจากนี้ไปเจ้าหน้าที่จะขยายผลดำเนินการและจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง อาทิ การเข้าตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของห้องพัก และหากพบการกระทำความผิดซ้ำ ก็จะดำเนินคดีในข้อหา ให้ที่พักพิงโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งจัดระเบียบต่างๆ โดยจะนำผลจากปฏิบัติการในครั้งนี้ จัดทำเป็นโมเดลต้นแบบ ก่อนจะขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ที่หากมีการร้องเรียน

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การปิดล้อมตรวจค้นครั้งนี้จะไม่เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้ทางสถานีตำรวจท้องที่จะเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งหากขาดเหลืออะไรขอให้ประสานเข้ามายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อบูรณการทำงานร่วมกัน