วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้านต้านโปแตชร่ำไห้ ยื่นหนังสือค้านเวทีในค่ายทหาร

แกนนำกลุ่มต้านโปแตซร่ำไห้ ยื่นหนังสือค้านเวทีชี้แจงในค่ายทหาร ด้าน"เอพีพีซี"ลั่นทำตามขั้นตอน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2558 ที่หอประชุมค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา ร.13 พัน 1 ต.โนนสูง อ.เมือง นายณรงค์ พลละเอียด รักษาการ ผวจ.อุดรธานี , นายธนวรรธน์ เลิศสุคนธ์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี , นายวรวุฒิ หิรัญยไพศาลสกุล ผจก.ใหญ่ บ.เอเซียแปซิฟิคโปแตซคอร์ปอเรชั่น หรือ เอพีพีซี และ คณะผู้บริหาร เอพีพีซี เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงการดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานี ที่มีนายณัฐพงศ์ คำลาภ กำนัน ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม เป็นประธานในการจัดประชุม ที่มีชาวบ้านกลุ่มที่สนับสนุนโครงการฯ จาก 2 ตำบล คือ ต.นาม่วง และ ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จำนวนกว่า 700 คน เข้าร่วมรับฟัง

การจัดประชุมครั้งนี้ ที่มีการใช้หอประชุมของหน่วยงานทหารในพื้นที่ โดยที่ประตูทางเข้ามีการตรวจสอบรถที่จะเข้าไปร่วมประชุมอย่างเข้มงวด มีการใช้กำลังทหารตรวจรถยนต์ทุกคัน ที่จะนำชาวบ้านเข้าร่วมประชุม พร้อมใช้กระจกส่องใต้ท้องรถยนต์ทุกคัน รวมทั้งรถของผู้สื่อข่าวที่จะเข้าไปทำข่าว ขณะที่บริเวณเต้นท์ลงทะเบียนผู้มาร่วมประชุม มีการใช้กำลัง ตชด.กก 4.กองบังคับการฝึกพิเศษ นำเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน จำนวน 2 เครื่องมาตั้งไว้ เพื่อตรวจสอบผู้ที่จะเข้าไปประชุมที่หอประชุมทุกคน เพื่อความปลอดภัย

ขณะที่ภายในหอประชุมมีการดำเนินการจัดการประชุม ที่หน้าประตูทางเข้าค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา ทางคู่ขนาน ถ.มิตรภาพ ฝั่งขาออก นางมณี บุญรอด แกนนำกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี พร้อมสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ฯ กว่า 100 คน ได้เดินทางมาด้วยรถกระบะประมาณ 10 คัน ยื่นหนังสือต่อ นายกฤษชานนท์ อุทัยเลี้ยง หน.ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ที่มารอรับหนังสือร้องเรียนคัดค้านการประชุมรับฟังการชี้แจงการดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานี ของ 2 ตำบล อ.ประจักษ์ศิลปาคม ในวันนี้

นางมณี บุญรอด แกนนำกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี ได้กล่าวพร้อมน้ำตาถึงการต่อสู้ เพื่อคัดค้านการก่อสร้างเหมืองแร่โปแตซ ของเอพีพีซี ที่มีการต่อมานานกว่า 14 ปี ขณะที่ทาง เอพีพีซี ก็พยายามหาวิธีการที่จะจัดให้มีการประชุม โดยมีการตั้งเวทีในค่าย ตชด. มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเราก็ตามไปคัดค้าน และครั้งนี้มีการจัดการประชุมในค่ายทหารอีก

จากนั้นกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ร่วมกันร้องเพลงต่อต้านการก่อสร้างเหมืองแร่โปแตซ ก่อนมีตัวแทนอ่านแถลงการณ์คัดค้านการจัดประชุมรับฟังการชี้แจงการดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซในค่ายทหารว่า กลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่เป้นกลุ่มชาวบ้านในเขต ต.นาม่วง และ ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม ได้ติดตามตรวจสอบการดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานี มานานกว่า 14 ปี ด้วยความตระหนักถึงปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชน ทั้งมติด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และสังคมท้องถิ่น ในวิถีเกษตรกรรม จึงขอคัดค้านการประชุมฯด้วยเหตุผลดังนี้

“ข้อ 1 การประชุมรับฟังการชี้แจง หรือการทำประชาคมในค่ายทหาร ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์การมีส่วนร่วมในคู่มือการปฏิบัติงานของ อปท.เรื่องการให้ความเห็นในการพิจารณาเห็นชอบในการพิจารณาอนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่ พ.ศ.2545 เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมของชาวบ้านที่มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ในการแสดงความเห็นและร่วมตัดสินใจต่อการดำเนินการโครงการฯ เนื่องจากสถานที่ดำเนินการจัดการประชาคมหมู่บ้านในค่ายทหาร ไม่ได้อยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน ต.ห้วยสามพาด และ ต.นาม่วง ตามเขตคำขอประทานบัตร นอกจากนี้ยังมีกำลังทหาร ตร.และ อส.มาคอยคุ้มครองอย่างหนาแน่น เพื่อให้เวทีผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ทำให้บรรยากาศของการประชุมไม่เอื้ออำนวยต่อการรับฟังคำชี้แจง และแสดงความคิดเห็น ถือว่าไม่เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง "

“ข้อ 2. การจัดประชุมในค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา มีระยะทางห่างไกลมากกว่า 10 กม.จากหมู่บ้านในพื้นที่ ต.ห้วยสามพาด และ ต.นาม่วง อันเป็นภาระ ปัญหา อุปสรรค ในการเดินทางร่วมประชุม ทำชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก ไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมประชุม ส่งผลให้การประชุมครั้งนี้ ไม่เป็นไปอย่างครอบคลุมทั่วถึง ,ข้อ 3. การที่ จ.อุดรธานี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อติดตามการดำเนินโครงการฯ มีการประชุมร่วมกันแล้ว 2 ครั้ง จึงมีมติให้จัดเวทีประชุมสัมมนาวิชาการ เพื่อให้นักวิชาแต่ละส่วนได้นำเสนอแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นกลางร่วมกัน และจังหวัดมีหนังสือที่ อด 0017.2/2558 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2558 ถึงกลุ่มอนุรักษ์ฯ สอบถามถึงความพร้อมในการประสานงานนักวิชาการ เพื่อเข้าร่วมประชุมวิชาการ ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ กำลังดำเนินการ แต่ทางจังหวัดกลับมีหนังสือที่ กสอ 025/2558 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ส่งข้อเสนอผ่านนายอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ไปยังคณะกรรมการฯแล้ว”

“ข้อ 4. กลุ่มอนุรักษ์ฯได้ร้องเรียนกรณีปัญหาการจัดทำประชาคมหมู่บ้าน และการประชุมให้ความเห็นของ อปท.ของเขตคำขอประทานบัตรในพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการไปก่อนแล้ว ได้แก่ ต.หนองขอนกว้าง ต.โนนสูง และ ต.หนองไผ่ อ.เมือง ว่าดำเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ ทางกลุ่มจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบให้มีความชัดเจนก่อน ถึงจัดประชาคมหมู่บ้าน และการประชุม อบต.ของ ต.ห้วยสามพาด และ ต.นาม่วง ซึ่งไม่มีการแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยความชื่อมั่นในพลังชุมชนท้องถิ่น ต่อสู้กับอำนาจที่ไม่เป็นธรรม กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี”

ส่วนในหอประชุมที่กำลังดำเนินการประชุม นายธนวรรธน์ เลิศสุคนธ์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี กล่าวกับผู้ร่วมประชุมว่า การจัดประชุมรับฟังการชี้แจงการดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานี ครั้งนี้ เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ในการขออนุญาตทำโครงการเหมืองแร่ ซึ่งความจริงการประชุมนี้ จะต้องทำในกระบวนการแรก ๆ ตั้งแต่ 11 ปีที่แล้ว ที่มีการขอประทานบัตรสำรวจแร่ทั้งแต่ปี 2547 แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจากมีกลุ่มผู้คัดค้านในพื้นที่ออกมาต่อต้าน ซึ่งเป็นการประชุมให้ทาง เอพีพีซี ชี้แจงถึงตัวโครงการว่า จะก่อสร้างเหมืองอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่าง ๆ รวมถึงผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่ชาวบ้าน และท้องถิ่น จะได้รับ โดยมีการประชุมฯในส่วนของ อ.เมือง ที่ ต.โนนสูง และ ต.หนองไผ่ มีการประชุมไปนานแล้ว

“แต่ในส่วน 15 หมู่บ้าน ของ 2 ตำบล คือ ต.นาม่วง และ ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม ยังไมได้ดำเนินการประชุมชี้แจง จนวันนี้ทางกลุ่มกำนัน ผญบ.ทั้ง 15 ตำบล จึงเป็นผู้จัดให้มีการประชุม เพื่อให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย เพื่อการเดินหน้าของการของโครงการ ให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการประชุมให้มีการลงมติว่าจะให้ตั้งเหมืองแร่โปแตซ เป็นการประชุมตามกรอบ สรุปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท.ในพื้นที่ได้รับทราบ และนำผลการประชุมไปพิจารณาในสภาของแต่ละ อปท.ว่า จะมีความคิดเห็นต่อโครงการอย่างไรเท่านั้น”

นายวรวุฒิ หิรัญยไพศาลสกุล ผจก.ใหญ่ บ.เอเซียแปซิฟิคโปแตซคอร์ปอเรชั่น หรือ เอพีพีซี เปิดเผยว่า วันนี้เป็น 1 ในขั้นตอนการขอประทานบัตร ที่ต้องมาชี้แจงข้อมูลให้ชาวบ้านฟัง พร้อมรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ซึ่งข้อมูลที่ได้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะรวบรวมนำไปพิจารณาในการออกใบอนุญาตต่อไป ไม่ได้เป็นขั้นตอนการขออนุมัติหรือไม่อนุมัติในการก่อสร้างเหมืองฯ หลังจากขั้นตอนวันนี้ ทาง ผญบ.จะทำรายงานการประชุมของแต่ละหมู่บ้านทั้ง 15 หมู่บ้าน 2 ตำบล นำส่งให้นายก อบต.เพื่อไปดำเนินการเปิดการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ให้ ส,อบต.พิจารณาให้ความเห็นในประเด็นต่าง ๆ เพื่อรวบรวมส่งให้ สนง.อุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อจะนำข้อมูลทั้งหมด ทั้งการประชาคมหมู่บ้าน และการประชุม สภา อบต.ส่งให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป

“จากนั้นทางกระทรวงฯจะดูว่าขั้นตอนต่าง ๆ ครบหรือไม่ ในกระบวนการการมีส่วนร่วมด้านสังคม เมื่อครบถ้วนทาง รมว.อุตสาหกรรม จะแทงคำสั่งมายัง สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดอีกครั้ง เพื่อให้เปิดเวทีทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นทั้งจังหวัด ทุกคนทั้งจังหวัดสามารถมารับฟัง โดยทางบริษัทฯและบริษัทฯที่ปรึกษา จะชี้แจงข้อมูลตั้งแต่เริ่มการขอประทานบัตร การรังวัด การศึกษาการออกแบบเหมือง การศึกษามาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ต่าง ๆ มานำเสนออีกครั้ง พร้อมรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านอีกครั้ง หลังจากนั้นทางกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะตั้งกรรมการพิจารณาว่า บริษัทฯเราได้ดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ คู่ไปกับการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมว่า มีความปลอดภัย มั่นคงแข็งแรงเพียงพอหรือไม่ เมื่อทุกอย่างผ่าน ทาง รมว.อุตสาหกรรม จะพิจารณาอนุมัติต่อไป เหมือนกับที่ จ.ชัยภูมิ และ นครราชสีมา คาดว่าหากครบทุกขั้นตอน และได้รับความร่วมมือจากชาวอุดรธานี ในสิ้นปีนี้บริษัทฯน่าจะได้รับใบอนุญาต ที่จะได้ประทานบัตรดำเนินการ”