ผอ.สพป.น่าน เขต 1 ลงพื้นที่สมานฉันท์ “อบต.-ครู” ยุติปมขัดแย้งปมนมบูด พร้อมมอบเกียรติบัตรยกย่อง “ครูผู้อุทิศตนปกป้องสวัสดิภาพของนักเรียน”
จากกรกรณีมีนมโรงเรียนบูด พื้นที่รับผิดชอบของ อบต.ปิงหลวง อ.นาหมื่น จังหวัดน่าน จำนวน 5 โรงเรียน 5 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวม 10 แห่ง จนกลายเป็นกระแสเกิดแรงกดดัน น.ส.วิไลวรรณ กองนันท์ ครูประจำโรงเรียนบ้านน้ำลี อ.นาหมื่น จ.น่าน ที่แฉเรื่อง “นมบูด” ถูกกดดันหนักขอย้ายออกนอกพื้นที่
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายทองทรัพย์ โนทะ นายก อบต.ปิงหลวง เปิดเผย กรณีนมที่มีปัญหาโรงเรียนบ้านน้ำลี ต.ปิงหลวง อ.นาหมื่น จ.น่าน นั้นประการแรกต้องรักษาชีวิตเด็กไว้ก่อน สั่งให้โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 10 แห่ง หยุดจ่ายนมให้เด็กดื่มจนกว่าผลการพิสูจน์ตรวจสอบจากหน่วยงานสาธารณสุข และหนังสือยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตว่าหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณภาพนมรับรองความปลอดภัยอนุญาตให้ดื่มได้ โดยต้องมีเอกสารยืนยันจากทางราชการเสียก่อน ว่าสามารถให้เด็กดื่มนมได้หรือยัง
กระนั้น เมื่อเกิดปัญหาทั้ง อบต.และโรงเรียนต้องร่วมกันแก้ไข จากกระแสที่ทาง อบต.ปิงหลวง กดดันครูนั้นขอยืนยันหนักแน่นว่าไม่มี ทั้งจาก อบต.และตน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ให้นมเสียยังไม่ทราบสาเหตุจากการผลิตหรือการขนส่ง การเก็บรักษา จากการตรวจสอบนมลอ็ตเดียวกันทั้ง 10 แห่ง เสียมากที่สุดที่โรงเรียนบ้านน้ำลี 19.94 % โรงเรียนบ้านปิงหลวง นมเสีย 0.87 % จากนม ยอดเต็ม 7,364 กล่อง
ทั้งนี้ การจัดซื้อจัดจ้างเป็นอำนาจของ อบต.จะซื้อจากบริษัทใด แต่ต้องทำตามหนังสือสั่งการระบุให้ อบต.ซื้อจากบริษัทตามหนังสือสั่งการที่กำหนด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะฝากไปทางสื่อการเสนอข่าวช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วจะแก้อย่างไรไปในทางบวก ไม่ทำให้ตื่นตระหนก
ขณะเดียวกัน นายชูเกียรติ ด่านชนะทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 1 เดินทางไป พบนางพิมพ์ภัทรา เปี่ยมจิตเมตต์ รักษาการผอ.โรงเรียนบ้านน้ำลี และนางสาววิไลวรรณ กองนันท์ ครูโรงเรียนบ้านน้ำลี ต.ปิงหลวง อ.นาหมื่น จ.น่าน และครูในพื้นที่ นายทองทรัพย์ โนทะ นายก อบต.ปิงหลวง เพื่อยุติแก้ปัญหาจากกรณีนมโรงเรียนบูดให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อความสบายใจความถูกต้อง ระหว่าง อบต.และครู พร้อมมอบมอบเกียรติบัตรยกย่องให้นางสาววิไลวรรณ เป็นครูผู้อุทิศตนปกป้องสวัสดิภาพของนักเรียนสมควรได้รับการยกย่องเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการครู กรณีนำเสนอนมโรงเรียนบูด
นายชูเกียรติ กล่าวว่า จากปัญหาเรื่องนมที่เกิดขึ้นจนเป็นข่าวที่สื่อมวลชน นำไปเสนอเป็นข้อขัดแย้งระหว่าง อบต.กับครู ไม่ถูกต้อง ตนพยายามอธิบายว่าอบต.กับครู เป็นฝ่ายเดียวกัน ไม่ใช่คูรกรณี ได้รับผลกระทบด้วยกัน ตลอดจนเด็กนักเรียน วันนี้จึงเดินทางมาเพื่อทำความเข้าใจ ทางอบต.กับครูในพื้นที่เพื่อให้การทำงานร่วมกันต่อไปด้วยความสบายใจ ไปในทิศทางเดียวกัน
“อบต.กับครูไม่ใช่คู่กรณีเป็นฝ่ายเดียวกัน ได้รับผลกระทบทั้ง 2 ฝ่าย คู่กรณีคือบริษัทนมที่ผลิตนมไม่มีคุณภาพมาขาย ทั้ง อบต.และครู ต้องช่วยกันปกป้องสิทธิของเด็กนักเรียน นายก อบต.มีหน้าที่จัดซื้อ แต่ปัญหาเกิดจากบริษัทนมนำนมที่ไม่มีคุณภาพมาขายต้องรับผิดชอบไป โดยมีส่วนราชการสาธารณสุข กระทรวงเกษตร เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบ”นายชูเกียรติ กล่าว
นายชูเกียรติ กล่าวว่า เป็นผลดีการที่ครูนำเรื่องนมไม่มีคุณภาพมาเปิดเผย เป็นการกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดูแลการจัดซื้อนมทั่วประเทศ ว่าทุกวันนี้มาตรฐานการซื้อนมเป็นอย่างไร มีปัญหาต้องตรวจสอบ จากเดิมเมื่อพบนมเสียก็นำมาเปลี่ยน แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องเหมือนการซ่อนขยะใต้พรม การที่ครูนำมาเปิดเผยทำให้สังคมได้รับรู้การผลิตนมมีปัญหา ต้องได้รับการแก้ไขผลิตนมให้มีคุณภาพ เชื่อว่าปัญหานี้มิใช่มีเฉพาะจังหวัดน่าน แต่ไม่มีใครกล้าเปิดเผย
“วันนี้ ทางสำนักงานเขตการศึกษาฯ น่าน เขต 1 ร่วมกับครูอาจารย์ ในพื้นที่ อบต.ปิงหลวง นายก อบต.ปิงหลวง ได้มาพูดคุยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นคลี่คลายเข้าใจกัน และทางสำนักงานเขตฯ ได้มอบเกียรติให้กับนางสาววิไลวรรณ เป็นครูผู้อุทิศตนปกป้องสวัสดิภาพของนักเรียนสมควรได้รับการยกย่องเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการครู กรณีเปิดเผยนมโรงเรียนบูดจากบริษัทผู้ผลิต ให้สังคมได้รับรู้เพื่อนำไปสู่กระบวนการที่ต้องได้รับการแก้ไขให้ได้มาตรฐานทุกขั้นตอน ให้ได้นมที่มีมาตรฐานมาให้นักเรียนดื่ม ”นายชูเกียรติ กล่าว
ด้านนางสาววิไลวรรณ กองนันท์ ครูโรงเรียนบ้านน้ำลี กล่าวว่า สิ่งที่ทำลงไปมิได้มีเจตนาให้ร้ายหรือเอาผิดใคร แต่ทำเพื่อเด็ก ที่ผ่านมานมก็พบนมเสียมาตลอดแต่ไม่มากเหมือนครั้งนี้ ติดต่อไปก็ไม่มีใครมาดู ด้วยความโมโหจึงได้โพสต์ไปในเฟซบุ๊ค ซึ่งที่นำเสนอไปตามความเป็นจริง ทำไปด้วยความหวังดีกับเด็กทั้งหมด ไม่คิดว่าผลกระทบจะตามมา ดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับเกียรติบัตร สบายใจแล้วไม่ขอย้ายจะขออยู่พัฒนาโรงเรียนต่อไป




