“โนเล” โนวัค ยอโควิช คว่ำ “เฟดเอ็กซ์” โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 3-1 เซต คว้าแชมป์ชายเดี่ยวยูเอส โอเพ่น
ศึกเทนนิสแกรนด์สแลมรายการสุดท้ายของปี ยูเอส โอเพ่น 2015 ที่นิวยอร์ก สหรัฐ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. เป็นการเล่นรอบชิงชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว “โนเล” โนวัค ยอโควิช นักหวดเบอร์ 1 ของโลกชาวเซอร์เบีย พบกับ “เฟดเอ็กซ์” โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มือ 2 ของโลกชาวสวิส
เกมนัดนี้กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อ อีวา แอสเดกากี มัวร์ กรรมการสาวขึ้นนั่งแชร์อัมไพร์ เป็นผู้ตัดสินหญิงคนแรกที่ได้ตัดสินคู่ชิงชายเดี่ยว โดยทั้งคู่ปักหลักหวดกันอย่างเมามันถึง 3.20 ชั่วโมง ก่อนที่ยอโควิชจะอาศัยทีเด็ดทีขาด เอาชนะไป 3-1 เซต 6-4, 5-7, 6-4, 6-4 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ
สำหรับสถิติของเกมคู่นี้ เฟเดอเรอร์ มีเกมรุกที่ดีกว่า ยิงวินเนอร์ได้ถึง 56 ครั้ง มากกว่ายอโควิชที่ทำได้ 35 ครั้ง แถมยังเสิร์ฟเอซถึง 11 หน มากว่าคู่แข่งถึง 8 หน ทว่านักหวดเซิร์บก็พลาดน้อยกว่า ตีเสียเอง 37 ครั้ง แตกต่างเฟเดอเรอร์ที่ตีเสีย 54 ครั้ง และปัจจัยสำคัญที่ตัดสินผลแพ้ชนะของคู่นี้ก็คือ การเบรกเกมเสิร์ฟ ที่ยอโควิชใช้โอกาสเปลืองน้อยกว่า ทำได้ 6 จาก 13 ครั้ง ดีกว่านักหวดสวิสที่มีโอกาสถึง 23 ครั้ง แต่ทำได้เพียง 4 ครั้งเท่านั้น
สำหรับยอโควิช คว้าแชมป์รายการนี้ไปครองเป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2011 พร้อมขึ้นแท่นเป็นนักเทนนิสคนที่ 8 ของโลก ที่ได้แชมป์แกรนด์สแลมถึง 10 ครั้ง และยังเป็นการคว้าแชมป์แกรนด์สแลม 3 รายการในปีเดียว คือ ออสเตรเลียน โอเพ่น, วิมเบิลดัน และยูเอส โอเพ่น เป็นสมัยที่ 2 หลังเคยทำได้เมื่อ 4 ปีก่อนอีกด้วย
“การได้แชมป์แกรนด์สแลมรวมกันเป็นเลข 2 หลัก เป็นสิ่งที่พิเศษ และถือเป็นเกียรติอย่างสูง ที่ได้ยืนร่วมกับบรรดาตำนานของนักเทนนิสโลก c]tหวังว่าจะเก็บเกี่ยวความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้ต่อไปได้อีก”
ขณะที่ เฟเดอเรอร์ วัย 34 ปี ที่ก่อนหน้านี้ได้แชมป์แกรนด์สแลมครั้งสุดท้ายที่วิมเบิลดันในปี 2012 ยังคงหยุดสถิติการได้แชมป์รวมอยู่ที่ 17 ครั้ง เป็นสถิติสูงสุด โดยนำหน้า ราฟาเอล นาดาล กับ พีท แซมพราส ที่ได้ 14 ครั้ง กล่าวว่า แม้จะผิดหวังที่มีโอกาสเยอะ แต่ทำไม่ได้เอง ทว่าทั้งหมดก็ต้องชมว่ายอโควิชเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งอย่างมาก ส่วนอนาคตยืนยันว่าจะไม่แขวนแร็กเกตเลิกเล่นแน่นอน





