"พล.ต.ต.อัครเดช" ผู้การฯกองปราบ นำทีมล้างปัญหา "มาเฟียเจ๊ทสกี" พัทยา สนองคำสั่งนายกฯ หลังต่างชาติแห่ร้องเรียนตั้งแก๊งข่มขู่-ขูดรีด
พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี ผู้บังคับการกองปราบปราม นำกำลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กรมเจ้าท่า และองค์กรภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ลงพื้นที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้ารอยัลการ์เด้น ริมชายหาดพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบปัญหาการประกอบการเรือเจ๊ทสกีให้เช่าในบริเวณดังกล่าว
หลังได้รับคำสั่งตรงจากนายกรัฐมนตรีที่ให้มาทำการแก้ไขและป้องปรามพร้อมดำเนินคดีกับผู้กระ ทำผิด เนื่องจากที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวผ่านสถานฑูตจากประเทศต่างๆเป็นจำนวนมากว่าถูกกลุ่มผู้ประกอบการเรือเจ๊ทสกีให้เช่าบางรายบริเวณชายหาดพัทยาขูดรีดค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งยังมีพฤติกรรมเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลด้วยการข่มขู่ และกรรโชกทรัพย์
ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นภัยสังคมและสร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ทั้งนี้ได้มีการเชิญผู้ ประกอบการเรือเจ๊ทสกีให้เช่าทั้งในส่วนที่เป็นเจ้าของกิจการ ผู้ขับขี่ และลูกจ้าง จำนวนกว่า 30 รายมาทำประวัติไว้เป็นหลักฐาน ก่อนชี้แจงถึงสภาพปัญหาพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี
พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี ผบก.ป.กล่าวว่าปัญหาเหล่านี้ทางภาครัฐได้รับการร้องเรียนมาเป็นจำนวนมากว่ามีผู้ประกอบการบางกลุ่มซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีประมาณ 2 กลุ่มที่ทำกินบริเวณชายหาดพัทยาที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลที่หากินอย่างไม่เป็นธรรมและสุจริต โดยมีการทำงานกันเป็นขบวนการมีผู้รู้เห็นเกี่ยวข้องในหลายภาคส่วนด้วยวิธี การขูดรีด ข่มขู่ และกรรโชกทรัพย์นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการลักษณะกลั่นแกล้งว่าเกิดความเสียหายกับตัวเรือที่นักท่องเที่ยวนำออกไปเล่น
โดยเรียกเก็บเกินจริงสนน ราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสนบาท ทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาและประเทศไทยได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งกรณีนี้นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจและสั่งการให้เข้ามาดำเนินการป้องปรามและจัดการอย่างจริงจัง ซึ่งเบื้องต้นได้มีการจัดทำประวัติ พร้อมจะทำการสืบสวนเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งหากพบมีการกระทำผิดและขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องได้ ก็จะขึ้นบัญชีดำเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล และออกหมายจับดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
พล.ต.ต.อัครเดช กล่าวต่อไปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากนี้จะมีการสนธิกำลังบูรณาการร่วมทุกฝ่ายเอาจริงเอาจังกับการตรวจสอบ และเฝ้าระวังป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น พร้อมคอยประสานกับท้องถิ่นเพื่อกำ หนดกรอบกติกาในการทำกินเพื่อให้เกิดความถูกต้อง เป็นธรรมแก่นักท่องเที่ยวและสังคม โดยจะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นพร้อมยืนยันว่าจะไม่ให้มีคนที่ประพฤติตนอยู่เหนือกฎหมาย และจะดำเนินการเร่งด่วนพร้อมขยายผลไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆทั่วประเทศที่ต้องมีมาตรฐานเดียวกันด้วย

