จากกรณีที่ทีมฟุตบอลชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ต้องการหารือ
กับสมาคมฟุตบอลฯ และ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก เพื่อขอเพิ่มเวลาในการเก็บตัวจากเดิม 7 วัน เพิ่มเป็น 10 หรือ 14 วัน ก่อนลงสนามทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 เยือน เวียดนาม วันที่ 13 ตุลาคม
ล่าสุด ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธาน บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก กล่าวว่า ทีพีแอล พร้อมสนับสนุนทีมชาติไทยอยู่แล้ว โดยได้ตรวจดูโปรแกรมคร่าวๆ พบว่าสามารถขยับคิวเตะของฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ในนัดวันที่ 3-4 ตุลาคมให้ได้
“สัปดาห์หน้าจะเรียกตัวแทนสโมสรมาประชุมบอร์ดทีพีแอล โดยมีวาระคือการขยับโปรแกรมฟุตบอลลีกเพื่อให้ ทีมชาติไทย ได้มีเวลาเก็บตัวฝึกซ้อมมากขึ้น แต่ทั้งนี้คงไม่อาจเลื่อนให้ได้ทุกคู่เพราะบางทีมที่ไม่มีนักเตะติดทีมชาติก็คงต้องให้เตะตามปกติเพื่อไม่ให้โปรแกรมล่วงเลยวันที่ 13 ธันวาคม ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาล ขณะเดียวกันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ รอบรองชนะเลิศ แข่งขันวันที่ 30 กันยายน อาจมีบางทีมที่มีนักเตะติดทีมชาติ ดังนั้นต้องหารือกับสมาคมฟุตบอลฯ ว่าจะมีแนวทางอย่างไร รวมถึง ซิโก้ ว่าจะยินยอมปล่อยตัวนักเตะมารับใช้สโมสรในศึกโตโยต้า ลีกคัพ ได้หรือไม่”
ด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เผยว่าวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ จะเข้าไปหารือกับ คุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ ดร.องอาจ ประธานทีพีแอล เพื่อปรึกษาในเรื่องเพิ่มเวลาเก็บตัว แต่หากไม่สามารถเลื่อนโปรแกรมลีกให้ได้จริงๆ ก็พร้อมทำทีมให้ดีที่สุด
ขณะเดียวกัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 กันยายน "ซิโก้" พร้อมด้วยภรรยา ได้เดินทางมาเข้าพบ “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ (บ้านอัมพวัน) โดย พล.ต.จารึก กล่าวว่าขอให้กำลังใจในการทำงานพร้อมฝาก "ซิโก้” และทีมงานว่าอยากให้มุ่งมั่นพัฒนาทีมฟุตบอล ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป ตอนนี้ฟุตบอลไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี ฉะนั้น “ซิโก้” ก็ต้องใช้โอกาสนี้สร้างผลงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
ส่วนที่นักเตะ “ช้างศึก” ชุดอายุไม่เกิน 23 ปีของไทย (ชุดปรี-โอลิมปิก) ได้ผ่านไปเล่นฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2016 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 12-30 มกราคม 2559 เพื่อคัดเลือกเอา 3 ทีม ไปลุยศึกโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2016 ที่ประเทศบราซิล นั้น “บิ๊กจา” กล่าวว่า ถือว่าเป็นศึกหนักของนักเตะไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องยอมรับว่าทุกชาติที่ผ่านเข้ารอบไปนั้นแข็งแกร่งแทบทั้งสิ้นโดยเฉพาะ ญี่ปุ่น กับ เกาหลีใต้ ยกระดับเป็นทีมระดับโลกไปแล้ว ซึ่งไม่น่าจะพลาดโควตาโอลิมปิกเกมส์เช่นกัน ฉะนั้นเหลืออีก 1 ที่ ไทยคงต้องไปแย่งกับชาติในตะวันออกกลาง ซึ่งมีทั้ง อิรักและอิหร่าน และในจำนวนนี้ยังไม่รวม ออสเตรเลีย ที่แข็งแกร่งไม่แพ้ทีมใดเช่นกัน แต่ทีมไทยก็ต้องพยายามกันต่อไปเพราะเชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างให้กำลังใจและหนุนหลัง “ช้างศึก” สู้ศึกทุกรายการเต็มที่แน่นอน





