ร้องมูลนิธิปวีณา กู้เงินนอกระบบ 100,000 บาท ถูกแก๊งปล่อยเงินกู้โหดข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ให้ส่งดอกเบี้ยภายใน 24 วัน วันละ 12,000 บาท
ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เลขที่ 84/14 หมู่ 2 ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีนางแก้ว (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าได้ถูกเจ้าหนี้นอกระบบข่มขู่ทำร้ายร่างกาย จนเกิดภาวะเครียด จึงกินยาหวังฆ่าตัวตาย เพื่อให้จบปัญหา แต่มีญาติมาพบและช่วยเหลือไว้ทัน จึงวอนขอให้ทางมูลนิธิปวีณา ช่วยเจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบ เพื่อขอผ่อนชำระภรรยากู้เงินหนี้นอกระบบ ต้องส่งดอกเบี้ย และเงินต้น ภายใน 24 วัน วันละ 12,000 บาท จึงเกิดความเครียดส่งดอกเบี้ยไม่ทัน ถูกเจ้าหนี้ข่มขู่ ภรรยาจึงกินยาฆ่าตัวตาย แต่สามีช่วยทัน
โดยนางแก้ว (นามสมมุติ) เล่าว่า ตนมีอาชีพค้าขายสินค้ามือสองตามตลาดนัด โดยได้กู้เงินนอกระบบมาลงทุนหลายเจ้าด้วยกัน รวมเงินต้นที่กู้มาประมาณ 100,000 กว่าบาท และต้องส่งดอกเบี้ยต่อวัน วันละ 12,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาท ต่อมาระยะหลังการค้าขายไม่ดี ทำให้ขาดทุน และเงินส่งดอกเบี้ยรายวันไม่พอจ่าย ตนจึงได้ขอเจรจาประนอมหนี้กับเจ้าหนี้หลายรายด้วยกัน จากเดิมที่จ่าย เพื่อขอลดน้อยลง แต่เจ้าหนี้ไม่ยอม จึงได้ข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย ตนจึงเกิดความหวาดกลัว เพราะเกรงว่าครอบครัวจะได้รับอันตราย จึงเข้าแจ้งความ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเจรจากับเจ้าหนี้ให้
นางแก้ว กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่า ตนและครอบครัวยังไม่ถูกเจ้าหนี้ทำร้ายร่างกาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ ตนจึงได้เดินทางกลับมาที่บ้านพัก และก็ยังถูกเจ้าหนี้ตามข่มขู่ จนเกิดภาวะเครียด จึงกินยาฆ่าตัวตาย แต่สามีและบุตรชายช่วยเหลือไว้ทัน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล จึงได้ติดต่อมาขอคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา ช่วยเหลือ
ภายหลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล รอง ผบก.น.3 รักษาการแทน ผกก.สน.หนองจอก ให้ผู้เสียหายเข้าพบ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหนี้ต่อไป
โดยนางปวีณา กล่าวว่า กรณีเงินกู้นอกระบบ ซึ่งปัจจุบันนี้ ยังมีการทวงถามหนี้ และข่มขู่จะทำร้ายลูกหนี้ เยอะมากขึ้นทุกวัน โดยทางมูลนิธิปวีณา ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเงินกู้นอกระบบต่อวัน 3-4 ราย จึงอยากขอฝากให้ทางเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างเคร่งคัด และขณะนี้มี พรบ.การติดตามทวงถามหนี้ ตามพระราชบัญญัติบังคับใช้ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2558 นี้แล้ว.





