วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แข้งไทยหวังอีก7แต้มลิ่ว ซิโก้ขอเวลาเตรียมทีมเพิ่ม

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง วาดฝัน ทีมไทยเก็บอีก 7 แต้ม จาก 3 นัดที่เหลือ ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

 ชี้เกมต่อไปกับเวียดนาม 13 ต.ค. สุดสำคัญ ต้องชนะสถานเดียว เตรียมเจรจาทีพีแอล ขอเวลาเตรียมทีม 10 วัน 

หลังจากที่ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย สร้างความสุขให้กับชาวไทยอีกครั้ง ด้วยการพลิกสถานการณ์จากที่เป็นรองอิรัก 0-2 กลับมาตีเสมอ 2-2 ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ของการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่ม เอฟ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ทีมไทย ยังคงเป็นจ่าฝูงของกลุ่มนี้ ลงเตะ 3 นัด มี 7 แต้ม ตามด้วยอิรัก มี 4 แต้ม จาก 2 นัด เวียดนาม มี 3 แต้ม จาก 2 นัด และไต้หวัน เตะ 3 นัด ไม่มีแต้ม โดยเกมนัดต่อไปของทีมไทย จะเจอศึกหนักด้วยการบุกไปเยือนเวียดนาม ที่สนามมิดิ่ง กรุงฮานอย วันที่ 13 ต.ค.นี้ จากนั้นจะเล่นในบ้านพบไต้หวัน วันที่ 12 พ.ย. และปิดท้ายด้วยการบุกเยือนอิรัก วันที่ 24 มี.ค.ปีหน้า

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ของทีมไทย กล่าวว่า หลังจากจบเกมกับอิรักได้ปล่อยตัวนักเตะกลับไปรับใช้ต้นสังกัดลงเตะในศึกโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ที่จะเริ่มต้นฟาดแข้งกันต่อ โดยสถานการณ์ของการเตะคัดเลือกฟุตบอลโลกตอนนี้ ทีมไทยตั้งเป้าหมายที่จะคว้าให้ได้ 14 แต้ม คือ ต้องบุกชนะเวียดนาม เฝ้าถิ่นชนะไต้หวัน และบุกไปเสมอกับอิรัก ซึ่งหากมองกันที่เกมใกล้ตัว คือการเตะกับเวียดนาม ที่เราชนะแค่ 1-0 ในเกมแรกที่พบกัน ต้องถือว่าไม่ใช่งานง่าย เพราะเวียดนามเล่นในบ้านได้ดี แถมมีกองเชียร์จำนวนมหาศาลหนุนหลังอีกต่างหาก

“ตามแผนที่วางเอาไว้หากเราเอาชนะอิรักได้ ก็อาจจะเรียกนักเตะทำการเก็บตัวสำหรับเกมพบเวียดนามสัก 7 วัน แต่เมื่อผลออกมาเสมอกัน ทำให้เกมกับเวียดนามถือเป็นนัดสำคัญที่เราต้องชนะให้ได้ ก็อาจต้องคุยกับทางไทยพรีเมียร์ลีก ขอยืดเวลาการเตรียมทีมเป็น 10 วัน ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับเกมนัดนี้”

ขณะที่เกมกับอิรักนั้น “ซิโก้” เผยว่า ตอนที่ถูกนำ 0-2 นั้นคิดว่าขอแค่แพ้ให้น้อยที่สุดก็น่าจะพอแล้ว เพื่อที่ทีมไทยจะได้เกาะอยู่ในกลุ่มผู้นำของสายนี้ ที่จะคัดเอาทีมแชมป์สาย และทีมอันดับ 2 ที่มีสถิติดีที่สุดอีก 4 จาก 8 ทีม ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 12 ทีมสุดท้าย แต่ทั้งนี้ก็ต้องชมหัวใจของผู้เล่นทุกคน ที่ไม่ถอดใจ รวมพลังกันสู้ต่อจนไล่ตีเสมอได้สำเร็จ

“ผมบอกน้องๆ เราซ้อมกันมา 2 สัปดาห์ เหนื่อยกันมาเยอะ ดังนั้นจึงต้องไม่ตีรถเปล่า ส่วนการเปลี่ยนตัวนั้น เป็นแผนที่วางไว้แล้ว และทุกคนยอมรับว่าใครคือผู้เล่น 11 คนแรก ใครคือตัวสำรองคนที่ 1, 2 และ 3 โดยจุดเปลี่ยนสำคัญก็คือประตูแรก เพราะทำให้อิรักกดดัน ซึ่งเมื่อเราบี้ต่อก็ทำให้ได้ประตูตีเสมอในที่สุด”

ส่วนอีกตัวแปรสำคัญที่ซิโก้ ยกย่องว่ามีส่วนสำคัญกับเกมนัดนี้ก็คือ กองเชียร์ทีมชาติไทย หรือที่ได้รับฉายาให้เป็น “บลู 13” ที่ยืนหยัดเคียงข้างนักเตะทุกคนจนรวมพลังกันคว้า 1 แต้มสำคัญมาได้สำเร็จ

“ผมบอกได้เลยว่ากองเชียร์ของเราวันนี้สุดๆ ถึงโดนนำ 2 ลูก ก็ยังไม่หยุดเชียร์ ตีกลองรัวกระตุ้นให้เราเดินไปข้างหน้า ซึ่งเมื่อกองเชียร์ไม่หยุด เราก็ไม่หยุด และสุดท้ายทุกคนก็สมหวังด้วยกัน”