วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้านเห็นชอบนโยบายปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้าน

ชาวบ้านสันลมจอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เห็นชอบนโยบายปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้าน ถือเป็นส่วนเสริมและสนับสนุนทุนในการประกอบอาชีพของคนที่มีรายได้น้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านสันลมจอย หมู่ที่ 13 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายนิยม ผุยเจริญ ประธานกองทุนหมู่บ้านสันลมจอย พร้อมด้วยนางสาวอารีรัตน์ คำวงศ์ เหรัญญิกประจำกองทุนหมู่บ้านสันลมจอย และสมาชิกกองทุนหมู่บ้านซึ่งเป็นชาวบ้าน ได้ร่วมรับฟังและพูดคุยถึงการดำเนินการเรื่องการกู้ยืมเงินของกองทุนหมู่บ้านสันลมจอย ประจำปี 2558

โดยที่ผ่านมาได้รับการยกระดับให้เป็นหมู่บ้านชั้น B ซึ่งได้รับการอนุมัติวงเงินกู้กองทุนละ 1 ล้านบาทจากธนาคารออมสิน มีสมาชิกผู้กู้รวมกว่า 100 คน และพบว่าที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องหนี้เสียอยู่ราว 10% เท่านั้น ซึ่งก็ได้มีการดำเนินการแก้ไขตามระเบียบที่ได้วางไว้อย่างเคร่งครัด ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงนโยบายปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้านว่า เป็นสิ่งที่ดีเพราะเงินที่กู้โดยส่วนแล้วจะนำไปพัฒนาด้านการลงทุนส่งเสริมอาชีพ เพื่อความประโยชน์สุขและความยั่งยืนของคนในชุมชนต่อไป

นายนิยม ผุยเจริญ ประธานกองทุนหมู่บ้านสันลมจอยกล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับผู้กู้ ซึ่งคุณสมบัติของผู้กู้จะต้องมี 3 ประการคือ 1.ผู้กู้จะต้องมีเงินอยู่ในกองทุนไม่น้อยกว่า 30% ถึงจะกู้ได้ 2.ผู้กู้จะต้องเป็นสมาชิกมาไม่น้อยกว่า 6 เดือน และ3.ผู้กู้จะต้องมีทะเบียนอยู่ในหมู่บ้านสันลมจอย กรณีหนี้เสียก็จะมีกรรมการฝ่ายตรวจสอบ โดยจะช่วยกันตรวจสอบในแต่ละปี

สำหรับปัญหาเรื่องการปล่อยกู้จะมีสัก 10%-20% ซึ่งก็จะเป็นปัญหาเรื่องการผ่อนส่งของผู้กู้ ทางคณะกรรมการจึงใช้วิธีทวงครั้งแรกด้วยวาจา หากยังไม่ผ่อนส่งก็จะทวงด้วยหนังสือ ที่ผ่านมาหลังรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนบรรดาผู้กู้ มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เหมือนกับหลักการของกองทุน ที่บอกเอาไว้ว่า “เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส” ถือเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับสมาชิก ซึ่งกองทุนหมู่บ้านของสันลมจอยก็ได้ระดับ B มาราว 4-5 ปีมาแล้ว และที่ผ่านมาผลการดำเนินงานก็อยู่ในระดับปานกลาง อีกทั้งยังมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นโนบายที่เพิ่มโอกาสให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย

นางสาวอารีรัตน์ คำวงศ์ เหรัญญิกประจำกองทุนหมู่บ้านสันลมจอย กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มากู้จะเป็นชาวบ้านแบบพื้นฐาน เป็นผู้ที่ไม่มีฐานเงินเดือนชัดเจนพอที่จะไปค้ำประกันและกู้ยืมจากที่อื่น แต่สำหรับกองทุนหมู่บ้าน ประหนึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจกัน การกู้ยืมในแต่ละครั้งจะค้ำกัน 2 คน ซึ่งที่ผ่านมาการกู้เงินก็มีปัญหาอยู่บ้าง เช่น ไม่ยอมจ่ายหนี้หรือหลบซ่อน ตรงนี้ก็เป็นส่วนได้ส่วนเสียของลูกหนี้ เพราะหากลูกหนี้รักษาเครดิตดี การปล่อยกู้ในงวดต่อไปก็จะดีตาม แต่หากลูกหนี้ไม่รักษาคำพูดหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ในงวดต่อไปการพิจาณาการปล่อยกู้ก็อาจจะถูกระงับหรือเป็นไปได้ช้า ซึ่งตนมองต่อว่า ณ ปัจจุบัน การที่กองทุนหมู่บ้านของสันลมจอยยังอยู่ในระดับ B ก็อันเนื่องมาจากปัญหาของผู้กู้ที่ไม่ย่อมผ่อนส่งเมื่อครบกำหนด และหากจะยกระดับไปสู่หมู่บ้านชั้น A ก็ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกว่าจะมีระเบียบวินัยต่อการคืนเงินกู้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีอยู่ราว 10-20% ที่มีปัญหา ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไขกันต่อไป

ขณะที่นางเกษสุดา สามแก้ว สมาชิกกองทุนหมู่บ้านสันลมจอย กล่าวว่า ตนมีอาชีพค้าขาย และที่ผ่านมาได้ทำการกู้เงินของกองทุนหมู่บ้านมาแล้วกว่า 3 ครั้ง เป็นเวลาร่วมกว่า 5-6 ปี โดยการกู้ในแต่ละครั้งก็จะเว้นระยะการกู้ เช่น 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปี ขึ้นอยู่กับการส่งผ่อนของลูกหนี้ และสาเหตุที่กู้ก็เพื่อนำมาต่อยอดด้านการค้าขาย ตรงนี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเงินกองทุนหมู่บ้าน เป็นการช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังค้าขาย อีกทั้งขอดีของการกู้เงินของกองทุนหมู่บ้านคือ ดอกเบี้ยจะถูกกว่าการที่เราไปกู้จากที่อื่น มีส่วนเสริมสนับสนุนด้านการค้าขายธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ แม้ว่าเงินของหมู่บ้านอาจจะไม่มาก โดยมีขั้นต้นแค่ 1 หมื่นบาท แต่ก็สามารถนำเงินดังกล่าวไปพัฒนาให้เป็นทุนเพื่อเพิ่มกำไรให้กับการค้าขายของชาวบ้านต่อไปได้ในอนาคต

ด้านนางสมศรี ณะศรี สมาชิกกองทุนหมู่บ้านสันลมจอย กล่าวว่า ตนมีอาชีพขายผักอยู่ที่ตลาดต้นผยอม เป็นสมาชิกมาตั้งแต่เมื่อปี 2544 ซึ่งก็ได้มีการกู้ยืมเงินมาโดยตลอด และได้นำเงินส่วนที่กู้มาลงทุนค้าขาย ถือเป็นส่วนการต่อยอดและสร้างรายได้ให้กับตัวเอง เพราะที่ผ่านมาตนก็เป็นลูกหนี้ที่ดีของกองทุนหมู่บ้านมาโดยตลอด และเพื่อเป็นรักษาเครดิตให้กับตัวเอง ตนจะจ่ายหนี้ตามกำหนดทุกครั้ง อีกทั้งยังมองว่านโยบายปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้านเป็นสิ่งที่ดี