วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คืบหน้ายึดคืนพื้นที่เขาพนมศาสตร์6,500ไร่

ความคืบหน้า กรณีจนท.ลุยยึดคืนพื้นที่เขาพนมศาสตร์ ระยอง กว่า 6,500 ไร่ ชี้ยังมีกลุ่มผู้บุกรุกยังคงปักหลักอยู่บนเขา

จากปฏิบัติการสนธิกำลังของหลายหน่วยงาน ในการทวงคืนผืนป่าเขาพนมศาสตร์ อ.บ้านค่าย 1 ใน 15 เขา ที่ถูกบุกรุก ส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองเดือดร้อน ไม่มีที่ทำกิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเปิดโต๊ะเจรจา สร้างความเข้าใจ ก่อนลุยปิดทางขึ้นเขาทุกด้าน


โดยคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลาง นิคมสหกรณ์ชะแวะ จังหวัดระยอง ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังคงเดินหน้า ตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกอยู่บนยอดเขาพนมศาสตร์ อำเภอบ้านค่ายจังหวัดระยอง และติดป้ายประกาศให้เร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปภายใน 10 วัน ขณะที่บางหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งประกาศให้รื้อถอนแล้ว แต่ยังคงดื้อดึง เจ้าหน้าที่จึงต้องต้องใช้กำลังเข้ารื้อถอนทันที พร้อมกับการนำต้นยางพาราที่โค่นแล้วปิดเส้นทางขึ้นเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกขึ้นไป อยู่อาศัยและกรีดยางพาราบนเขา


ซึ่งจากปฏิบัติการดังกล่าว ส่งผลให้ ราษฎรกว่า 100 คน ได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่มีที่อยู่อาศัย และขาดอาชีพทำมาหากิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเปิดเวทีเจรจา และสร้างความเข้าใจ ณ อาคารที่ประชุมโรงเรียน บ้านท่าเสา อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง


นางธิติรัฐ พุทธรักษา อายุ 48 ปี ชาวบ้าน บอกว่า ตนเองครอบครองพื้นที่ ที่เขาพนมศาสตร์ มานานตั้งแต่สมัยพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เมื่อก่อน ทางราชการ แจ้งว่า ให้อยู่ทำกินได้ แต่ห้ามโค่นต้นยาง ก็ได้อาศัยทำกิน กรีดยางเลี้ยงครอบครัวมานานหลายรุ่น เมื่อทางการจะมาเอาที่ดินคืน ก็จะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน จึงอยากให้เห็นใจ


ด้านนายไชยา บุญญานุภาพ สหกรณ์จังหวัดระยอง กล่าวว่า พื้นที่เขาพนมศาสตร์ หมู่ 4 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับเขาขุนอินทร์ หมู่ 8 ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เป็นผืนป่าส่วนกลาง นิคมสหกรณ์ชะแวะ มีนายทุนบุกรุกพื้นที่บนเขาทำการปลูกยางพารา กล้วย และสร้างบ้านพักอาศัยบนพื้นที่ป่าบนเขา ซึ่งทางราชการได้ปิดประกาศให้ผู้ที่บุกรุกได้ขนย้ายข้าวของลงจากเขา ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา สหกรณ์จังหวัดระยอง กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ยังพบว่า มีกลุ่มผู้ที่บุกรุกยังคงปักหลักอยู่บนเขา เป็นการบุกรุกผิดกฎหมาย จำเป็นต้องทวงคืน เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ ก็ให้ยื่นคำร้องเพื่อจัดทำข้อมูลความเดือดร้อน และมาพูดคุยร่วมกัน ว่าจะร่วมกันอยู่ดูแลผืนป่าต่อไปอย่างไร โดยที่ ป่ายังอยู่ และราษฎรก็ไม่เดือดร้อน