เรือประมงปัตตานีทยอยจอดฝั่งนับพันลำ ตัวแทนผู้ประกอบการโอดรัฐออก กม.คุมทำศก.เจ๊งระนาว พร้อมยื่นหนังสือสือถึงผู้ว่าฯช่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เมื่อคืนถึงเข้าวันที่ 1 กันยายน 2558 พบว่า บรรดาเรือประมงปัตตานีเกือบพันลำ ได้ทยอยเข้าฝั่งเทียบท่าที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี และสองฟากฝั่งแม่น้ำปัตตานี หลังจากมาตรการของ คสช. ที่ออกกฎหมายเกี่ยวกับควบคุมการทำประมงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กำหนดวันหยุดทำการประมง ทำให้ชาวประมงยิ่งเดือดร้อนมากขึ้น เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการทำการประมง ประกอบกับหยุดพร้อมกัน และออกหาปลาพร้อมกัน เมื่อนำสินค้าเข้ามาพร้อมกันย่อมส่งผลกระทบ จะมีปริมาณปลามากล้นตลาด ทำให้ราคาถูกและเน่าเร็วขึ้น โรงน้ำแข็งผลิตนำแข็งไม่ทัน แต่ถ้าออกทำการประมงก็ถูกจับและเข้าคุก เจ้าของเรือประมงจึงกลัวแห่เข้าเทียบท่าดังกล่าว
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 กันยายน 2558 เจ้าของชาวประมง เรือประมงพื้นบ้านที่ใช้ลอบโง่ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าซื้อปลาในหมู่บ้าน ประมาณ 1 พันกว่าคน นำโดยนายภูเบศท์ จันทนิมิ ประธานสมาคมประมงปัตตานี และประธานสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ได้ทยอยมารวมตัว บริเวณลานวัฒนธรรม ที่หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี เพื่อยื่นหนังสือให้กับตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี จากกรณีที่ คสช.ออกกฎหมายเกี่ยวกับการทำประมงทำให้มีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ทำให้บรรดาชาวประมงได้รับความเดือดร้อน
นายภูเบศท์ จันทนิมิ ประธานสมาคมประมงปัตตานี เผยว่า ชาวประมงพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลในการจัดระเบียบกับชาวประมง แต่ เป็นเรื่องระดับชาติ ทุกฝ่ายต้องออกมาระดมความคิดเห็นกัน และทำประชาคมกับชาวประมง แต่รัฐไม่เข้าใจ จึงออกกฎหมายอย่างเร่งด่วน ทำให้ผิดพลาดหมด โดยไม่ได้ดูข้อเท็จจริงว่าอาชีพประมงไทยเป็นอย่างไร ส่งผลกระทบกับบรรดาชาวประมง ทั้งๆที่มีหน่วยประมงทุกพื้นที่รู้เรื่องดี แต่กลับส่งผลกระทบต่ออาชีพดังกล่าว การแก้ปัญหาต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ซึ่งสมาคมประมงมีทุกจังหวัดในการออกกฏหมาย เพื่อจะได้เข้าใจ และมีผลกระทบน้อยที่สุด เช่น กำหนดวันหยุดตามปฏิทินนั้นไม่ได้ เพราะวิถีชีวิตเรือประมงของแต่ละประเภทมันแตกต่างกัน ทั้งลมฟ้าอากาศ แต่พร้อมที่จะหยุด เพราะปกติหยุดอยู่แล้ว แต่ไม่ตามปฏิทิน ยอมรับว่า ออกฎหมายมาแต่มีผลกระทบ แล้วเศรษฐกิจจะเสียหายพังเท่าไหร่ ตนไม่เข้าใจว่ารัฐคิดได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม การรวมตัวครั้งนี้ เกือบทุกจังหวัดยื่นหนังสือให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำปัญหาเหล่านี้เสนอต่อรัฐบาล เพื่อทบทวนคำสั่งดังกล่าว แต่ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็ต้องต้องถวายฏีกา ความทุกข์ร้อนของชาวประมงทั่วประเทศ และเศรษฐกิจเสียหายเพราะนโยบายนี้ เป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ส่วนตอนนี้ในเมื่อกฎหมายบังคับใช้เราก็ต้องปฏิบัติ แต่รอการเปลี่ยนแปลงก่อน
ทางด้าน นางสุธิษา แสงกระจ่าง เจ้าของเรือประมงที่ปัตตานี เปิดเผยความรู้สึกว่า หลังจากที่รัฐได้ออกกฎหมายควบคุมชาวประมงอย่างต่อเนื่อง อยากถามผู้รับผิดชอบบ้านเมืองว่าเราเป็นคนไทยไหม เกิดประเทศไทยไหม เพราะสิทธิที่เราได้ตรงนี้ไม่เหมือนคนไทย คนไทยเสียสละ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำชีวิตพอเพียง แต่การกระทำแบบนี้ เหมือนเราไม่ใช่คนไทย และสิทธิของเราทำไมไม่คุยกัน อาชีพที่เราทำไม่สุจริตตรงไหน ทั้ง ๆ ที่มีใบประกอบอาชีพทุกอย่าง แต่ไม่ได้แค่อาชญบัตร เพียงกระดาษใบเดียว ซึ่งทำไมไม่หาทางออกให้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ คนเราถนัดอาชีพไม่เหมือนกัน การกระทำแบบนี้เหมือนฆ่าลูกฆ่าหลานของเขาเอง จึงอยากถามผู้รับผิดชอบว่าเป็นคนไทย หรือคนต่างด้าว ทำไมถึงทำกันแบบนี้




