วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แก๊งตกทอง'อาละวาดหนัก ตลาดเปิดท้าย

ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ หลัง "แก๊งตกทอง" อาละวาดหนักที่ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม นางสาวสายรุ้ง (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี พนักงานโรงานบีโก้ ไทยแลนด์ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม 304 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ หลังเลิกงานกะดึกแล้วออกมาซื้อกับข้าว ในตลาดนัด 304 พลาซ่า ตรงข้ามนิคมอุตสาหกรรม 304 หลังซื้อกับข้าวเสร็จเดินมาที่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ ปรากฏว่ามีหญิงสาวรูปร่างผอมสูงอายุประมาณ 30 -35 ปี กับหญิงสาวรูปร่างท้วมอายุุุราว 40 – 45ปี เดินเข้ามาทักพร้อมแตะที่ข้อศอกบอกว่า พี่ทำกระเป๋าตังค์หายเห็นบ้างหรือไม่ หลังจากนั้นตนก็รู้สึกว่ามีอาการมึนงง ก่อนที่สองสาวจะสั่งให้ถอดสร้อยคอทองคำ หนักหนึ่งบาทกับกระเป๋าสตางค์ โดยให้เดินตามไปหลังเต๊นที่จอดรถ จากนั้นยังเดินมาส่งแล้วหนีไป จนกระทั่งรู้สึกตัวจึงโทรศัพท์บอกแฟนให้ทราบและพาไปแจ้งตำรวจที่ ตู้บริการหน้านิคมอุตสากรรม 304

น.ส.สายรุ้งกล่าว อีกว่า จึงมาที่รถก่อนที่จะกลับไปแจ้งความอีกรอบ หลังจากนั้นได้ไปอายัดเงินจากบัตร เอทีเอ็ม ที่คนร้ายนำไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ทางธนาคารแจ้งว่า มีผู้มาถอนเงินจากตู้ไปแล้ว 8,000 บาท มีเงินเหลืออยู่เพียง 600 บาท

เวลาไล่เลี่ยกัน ที่อ.ประจันตคาม พ.ต.ต.วีระพล สิทธิพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากนางแก้วใจ ต้นพุฒ อายุ 47 ปี ชาวอ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ว่า ช่วงดึก ขณะที่นางสาวอุมาพร ต้นพุฒ บุตรสาวขี่รถจักรยานยนต์ มารับตนกลับจากที่ทำงานที่ร้าน ปิงพลาซ่า ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม เพื่อกลับบ้านตามปกติ ตามถนนาย สุวรรณศร (ประจันตคาม – กบินทร์บุรี ) สังเกตว่ามีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟสีเขียวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนขับตามมาตลอด มีคนขับสวมเสื้อคลุมใส่หมวกกันน็อค ส่วนคนซ้อนใส่เสื้อแขนสั้นไม่สวมหมวก อายุประมาณ 20 – 25 ปี คิดว่าเป็นคนรู้จักจึงไม่ได้สนใจ

จนกระทั่งมาถึงทางแยกเข้าวัดศรีมงคล ต.ดงบัง อ.ประจันตคาม รถคันดังกล่าวได้ขี่แซงขึ้นมาประกบ แล้วคนซ้อนท้ายได้คว้ากระเป๋าสะพายของลูกสาวที่วางไว้ที่ตะกร้าหน้ารถ ซึ่งในกระเป๋ามีสร้อยข้อมือทองคำหนัก 5 บาท กับเงินสด3,000 บาท และโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง อีกหนึ่งเครื่องขับหลบหนี จึงให้ลูกสาวขับตามแต่ไม่ทัน คนร้ายอาศัยความมืด หลบเข้าไปตามซอยหายไป จึงเดินทางมาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

จากการที่มีแก็งค์คนร้ายอาละวาดฉกชิงทรัพย์ และตกทองเหยื่อบ่อยครั้งและซ้ำซาก ทำให้ประชาชนมีความหวาดเกรง ถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากแต่ละคดี โดยเฉพาะที่อ.ศรีมหาโพธิ ยังไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้แม้แต่รายเดียว ทั้งที่มีภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นหน้าคนร้ายชัดเจน ที่สำคัญจุดเกิดเหตุอยู่ห่างตู้ยามเพียงร้อยเมตร และเหตุคนร้ายสองสาวแสบทำทีมาตีสนิทแล้วตกทอง คาดว่าก็เป็นคนร้ายรายเดียวกัน และปฏิบัติการห่างกันแค่เพียงอาทิตย์เดียว