กสิกรไทยเผยเอสเอ็มอีภาคเหนือยังเดินหน้าได้

ธนาคารกสิกรไทยเผยเอสเอ็มอีภาคเหนือยังคงไปต่อได้ ธุรกิจการค้าชายแดนเป็นไปได้ด้วยดี ส่วนการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เชียงใหม่ - วานนี้(28 ส.ค.) นายอัครนันท์ ฐิติสิริวิทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2559 พร้อมวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจภาคเหนือและแนะแนวทางการปรับตัวสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี ว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจเอสเอ็มอีของประเทศไทยในขณะนี้นยังคงมีการขยายตัวไปค่อนข้างช้า โดยในพื้นที่ภาคเหนือในมุมของธนาคารกสิกรไทยมองยังคงดำเนินต่อไปได้อยู่
แต่ก็ประสบปัญหาเดียวกันกับพื้นที่ของภาคอื่นๆทั่วประเทศ เนื่องจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจมีรูปแบบที่คล้ายกับกับประเทศไทย โดยพื้นที่ภาคเหนือจะมีรายได้จากภาคเกษตกรรมร้อยละ 20 อุตสาหกรรมร้อยละ15 และการอุปโภคบริโภคร้อยละ 10 โดยเอสเอ็มอีภาคเหนือที่กำลังไปได้ดี ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มของธุรกิจการค้าชายแดนการส่งออกระหว่างประเทศ โดยพื้นที่ภาคเหนือสิ่งสำคัญที่จะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจให้ไปต่อได้คือปัจจัยในเรื่องของการท่องเที่ยว
สำหรับการช่วยเหลือและสนับสนุนเอสเอ็มอีของธนาคารกสิกรไทย ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจนั้นทางธนาคารกสิกรไทยก็ได้มีการเข้าไปแนะนำถึงโอกาสและความเหมาะสมหากขยายตัวในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันจะเหมาะสมหรือไม่ กลุ่มลูกค้าที่กำลังประสบปัญหาก็จะมีโปรแกรมสอบถามถึงปัญหาว่ามีการติดขัดอย่างไร เพื่อที่จะช่วยแก้ไขปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ โดยหากกลุ่มเอสเอ็มอี ที่มีความเหมาะสมสามารถไปต่อและขยายตัวได้ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยพร้อมที่จะสนับสนุนเงินทุนเพื่อให้ลูกค้าได้ขยายธุรกิจต่อไป
ทางด้านภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังดีขึ้นจากเดิมเนื่องจากภาครัฐมีการลงทุนและเบิกจ่ายงบประมาณไปกว่าร้อยละ70 ของงบประมาณปี2558 เพื่อจับจ่ายใช้สอยทำให้เงินหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งค่า่เงินอ่อนตัวทำให้ส่งผลดีต่อการส่องออกสินค้าระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยวแม้ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์ระเบิดกราชประสงค์
แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศอื่นๆเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เศรษฐกิจเริ่มกลับมาดีขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าเศรษฐกิจในปี2559 หากการดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้วางไว้จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าปี 2558







