“ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชช้างศึก ลั่นเกมพบอิรัก แค่เสมอไม่พอ ต้องชนะเท่านั้น เพื่อกรุยทางสู่รอบ 3
แย้ม 2 ปัจจัยนำทีมสู่ความสำเร็จ ทีมเวิร์กบวกกับแรงวิ่งสู้ฟัด ขณะที่ ปกเกล้า อนันต์ ศูนย์หน้าตัวเก่งฟื้นไข้ ลงสนามซ้อมได้แล้ว ด้านทีมน้องชุด 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย ลงเตะนัดที่ 2 อัดฟิลิปปินส์ไม่ยาก 4-1 นัดหน้า 28 ส.ค.เจอบรูไน
ความเคลื่อนไหว “ช้างศึก” ทีมชาติไทยที่อยู่ระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อม ที่สนามกิเลนวัลเลย์ จ.นครราชสีมา โดยจะมีคิวลงอุ่นเครื่องกับทีมอัฟกานิสถาน วันที่ 3 กันยายน และการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่ม เอฟ พบ “สิงห์ทะเลทราย” อิรัก วันที่ 8 กันยายน ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น.
ล่าสุดในการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม “ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย คุมลูกทีมทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น ส่วนกรณีของปกเกล้า อนันต์ ที่เป็นไข้หวัด ซึ่งงดซ้อมไป 1 วัน มีอาการดีขึ้นแล้วและกลับมาฝึกซ้อมเบาๆ ส่วน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณเข่าจับแยกไปเสริมกล้ามเนื้อ
“ซิโก้” เปิดเผยว่า ทีมชาติไทยชนะมา 2 เกมรวด โดยนัดแรกชนะเวียดนาม 1-0 นัดที่ 2 บุกไปเอาชนะไต้หวัน 2-0 ซึ่งในเกมที่ 3 ที่จะพบอิรัก ยอมรับว่าเกมจะต่างไปจาก 2 นัดแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะอิรักแข็งแกร่งกว่ามาก ตามที่คาดการณ์กันไว้แต่แรกแล้วว่าจะเป็นคู่แข่งสำคัญที่จะแย่งแชมป์กลุ่มกับทีมชาติไทย อย่างไรก็ตาม ในเกมที่อิรักจะลงสนามเป็นเกมแรกพบไต้หวัน วันที่ 3 กันยายนนี้ ที่ประเทศอิหร่าน ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เห็นฟอร์มของอิรักเพื่อนำมาวางแผนรับมือต่อไป
“เกมนัดนี้จะเป็นเกมที่มีความหมายอย่างมาก หากเราสามารถเอาชนะอิรัก เก็บได้ 9 แต้มเต็ม โอกาสเข้ารอบ 3 มีสูงมาก ซึ่งจะทำให้เกมที่เหลือเล่นแบบไม่กดดันมากนัก ดังนั้นเกมในนัดนี้สิ่งเดียวที่ต้องการคือ 3 แต้มเท่านั้น เพราะผลการแข่งขันออกมาเสมอกัน จะทำให้เส้นทางต่อไปของทีมไทยต้องเจอกับขวากหนามแน่นอน โดยเฉพาะการไปเล่นเป็นทีมเยือนที่จะพบเวียดนามและอิรัก ที่จะต้องไปแข่งขันที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ด้วยสภาพแวดล้อมที่นักเตะไทยไม่ค่อยคุ้นเคยจะทำให้ทีมไทยเสียเปรียบพอสมควร ดังนั้นสิ่งสำคัญเกมนัดนี้เราจะแพ้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด”
เฮดโค้ช “ช้างศึก”เผยอีกว่า หัวใจสำคัญที่จะทำให้ทีมไทยโค่นทีมอิรักได้นั้น จะต้องเปิดเกมรุกตามสไตล์ที่เป็นจุดแข็งของทีมมาโดยตลอด นอกจากนี้ทุกคนต้องวิ่งสู้ฟัดตลอด 90 นาที จะแผ่วไม่ได้ ดังนั้นนักเตะไทยต้องมีความฟิตที่เกินร้อยเพื่อคว้าชัยชนะเหนืออิรักให้ได้
ส่วนผลการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปีชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ยู 19 แชมเปี้ยนชิพ 2015” ที่นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 26 ส.ค.เป็นการลงเตะนัดที่ 2 ของทีมไทย หลังจากนัดแรกเฉืิอนชนะเจ้าภาพมาได้ 2-1 โดยไทยเจอกับ “ตากาล็อก” ฟิลิปปินส์ ที่นัดแรกชนะ บรูไน 2-1
เกมนี้ ไทย ที่ชื่อและชั้นเหนือกว่าเล่นแบบสบายๆ ก่อนเอาชนะไปไม่ยาก 4-1 เตะ 2 นัดมี 6 แต้มเต็มโอกาสเข้ารอบรองชนะเลิศสดใส โดยโปรแกรมรอบแรก นัดต่อไปของ ไทย จะมีขึ้นวันที่ 28 ส.ค.พบบรูไน เวลา 19.00 น. และนัดสุดท้ายวันที่ 30 สิงหาคม พบ กัมพูชา เวลา 16.00 น.





