จับอดีตทหารปล่อยเงินกู้รายวัน ดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 20 ต่อวัน หลังลูกหนี้ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมถูกข่มขู่ก่อนวางแผนรวบ
นายทศพล สินยบุตร ป้องกันจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอ นายทวีศักดิ์ คำบรรจง นายวุฒิไกร สีสันต์ ปลัดอำเภอ ร.อ.ธีระ เส็งตากแดด ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 2108 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ร่วมกับกำลัง อส. และทหารพรานแถลงการณ์จับกุม นายวีระพล มั่นคง อายุ 23 ปี ชาว.อุทัยธานี อดีตทหารเกณฑ์พึ่งปลดประจำการ เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา หัวหน้าแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหดพร้อมพวก มี นายอนันท์ชัย โคกโพธิ์ อายุ 27 ปี และ นายเอ (นาสมมุติ) เยาวชนอายุ 15 ปีชาว จ.สกลนครพร้อมของกลางเงินสด จำนวน 48,560 บาท และสมุดบัญชีลูกหนี้เงินกู้หลายรายการ
โดยจับกุมได้ภายหลังมีลูกหนี้ในพื้นที่ เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอท่าอุเทน เนื่องจากถูกแก๊งเงินกู้รายวันดอกเบี้ยโหด ติดตามข่มขู่ทวงหนี้ จึงเกรงว่า จะถูกทำร้าย เพราะยังไม่มีเงินชำระจึงเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งได้ระดมกำลังเข้าวางแผน บันทึกภาพถ่ายคลิปวีดีโอ ขณะนายวีระพล มั่นคง อายุ 23 ปีหัวหน้าแก๊ง เข้าไปทวงหนี้ ข่มขู่ ลูกหนี้ ในพื้นที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงเข้าตรวจสอบจับกุมก่อนขยายผล จับเพื่อนร่วมแก๊งอีก 2 คน ยึดของกลางเงินสด บัญชีลูกหนี้ ดังกล่าว ควบคุมมาสอบสวน ดำเนินคดี ในข้อหา 1. ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ตาม พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 2. กรรโชกทรัพย์ และ 3. ข่มขืนใจให้ชาวนาให้ยอมให้ทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญ ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกี่ยวกับความผิดการติดตามทวงหนี้ และให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามขบวนการนายทุนหนี้นอกระบบปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด
เบื้องต้น จากการสอบสวนแก๊งเงินกู้รายวัน ทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนในพื้นที่ จ.สกลนคร แต่ไม่เปิดเผยชื่อ ทำงานรับจ้าง ขับรถจักรยานยนต์ ตระเวนหาลูกค้าปล่อยเงินกู้นอกระบบ ในพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.นครพนมมี อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพงเน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มแม่ค้าตลาดสด หรือร้านค้า และผู้ต้องการเงินด่วน รายละ 3,000–10,000 บาทในดอกเบี้ยร้อยละประมาณ 20 บาท ต่อวัน ซึ่งจะมีการชำระดอกเบี้ย รวมต้นทุน เฉลี่ยในระยะเวลา 24 วันพร้อมเก็บเป็นรายวันมีลูกค้าในการดูแล ประมาณ 80 ราย มียอดเงินได้วันละ ประมาณ 20,000–30,000 บาทส่วนค่างจ้างจะได้ร้อยละ 10 บาท จากยอดเก็บนำมาแบ่งกันทำมาได้ปีกว่า และจะมีการดูแลจ่ายส่วยรายทางให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ คันละ 1,000 บาท ที่เก็บจากจำนวนรถจักรยานยนต์ที่เข้ามาตระเวนในพื้นที่ แต่หากมีตำรวจตั้งด่านตรวจจะมีการขอค่าน้ำชากาแฟ ครั้งละ ประมาณ 400 -500 บาท เพื่อเคลียเส้นทางให้สะดวกในการเข้าไปทวงหนี้ในพื้นที่แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีการทำร้ายลูกหนี้ แต่ยอมรับมีการข่มขู่เฉพาะลูกค้าที่เก็บยากเท่านั้น
โดยทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนขยายผลไปหานายทุน ดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย ปราบปรามขบวนการหนี้นอกระบบดอกเบี้ยโหดตามนโยบายรัฐบาลต่อไป





