“กำจร”ย้ำอ.ก.ค.ศ.เขตฯ ใช้อำนาจโดยยึดหลักธรรมาภิบาล
ที่โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษา ภาคเหนือ ว่า วันแรกที่มารับตำแหน่งปลัด ศธ.สิ่งแรกที่พบวางอยู่บนโต๊ะคือเรื่องการร้องเรียน ข้อติชม และการร้องทุกข์ โดยเรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุดคือ เรื่องการลักทรัพย์ รองลงมาคือเรื่องการลุแก่อำนาจของผู้บริหาร นอกจากนี้ ยังมีคนบอกให้ยุบอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯเพราะมีเรื่องร้องเรียนถึงการรับเงินในการโยกย้ายแต่งตั้งครูจำนวนมากพอสมควร ซึ่งก็ได้บอกไปว่าถ้ายุบอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯแล้วใครจะมาดูแลครู ถ้าตอบคำถามนี้ได้สักวันก็ต้องนำมาพิจารณา
“ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการบริหารงานบุคคล ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข ดังนั้นอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯจะต้องมีธรรมาภิบาลในการใช้อำนาจในการโยกย้ายแต่งตั้งครู จะต้องคำนึงเสมอว่าผู้ที่มาติดต่อขอโยกย้ายแต่งตั้งคือลูกหลานตัวเอง หากเขาไม่มีความจำเป็นก็คงไม่มาขอความช่วยเหลือจากเรา ขณะเดียวกันในเรื่องการให้วิทยฐานะจะต้องสะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาในอนาคตด้วย”ปลัดศธ.กล่าว
ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการปรับบทบาทหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ขณะนี้กำลังพิจารณาในหลายๆเรื่องต้องนำเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนและการดำเนินการทั้งหมดของอ.ก.ค.ศ.มาดูก่อน ซึ่งก็มีกระแสว่าอาจจะมีการปรับองค์ประกอบและอาจจะลดอำนาจบทบาทของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ อย่างไรก็ตามในการประชุมร่วมกับพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณรมว.ศึกษาธิการ เมื่อเร็วๆนี้ ตนไ้ด้เสนอเรื่องระบบการปฏิรูปครูเรื่องการสรรหาครูซึ่งจะใช้โครงการคุรุทายาทมาเป็นต้นแบบโดยอาจจะมีการปรับโครงการคุรุทายาทเป็นลักษณะระบบปิดเพื่อให้ครูที่อยู่ในท้องถิ่นได้มีโอกาสกลับมาอยู่ในท้องถิ่นและสร้างคนในท้องถิ่นเจริญก้าวหน้า โดยอย่างน้อยครูต้องอยู่ในท้องถิ่นไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี





