วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งโต๊ะเจรจาหาทางออก '11ตร.ขอนแก่น' ถูกฟ้องล้มละลาย

เปิดโต๊ะเจรจาแบงก์ออมสิน หาทางออกให้11 ตำรวจขอนแก่น ลูกหนี้ร่อแร่ถูกฟ้องล้มละลาย หลายรายมีความหวังหลังเครียดกลัวถูกออกจากราชการ

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 21 สิงหาคม 2558 ที่ห้องประชุมภูธรจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รองผบก.ภ.จว.ขอนแก่น โฆษกตำรวจภูธรภาค 4 ได้เรียกประชุมผู้บังคับบัญชา ระดับผู้กำกับการ ได้นำตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นลูกหนี้ธนาคารออมสินและกำลังถูกฟ้องล้มละลาย จาก สภ.ในเขตจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมเจรจากับผู้แทนฝ่ายพัฒนาหนี้สินธนาคารออมสิน เพื่อหาทางออกและแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพื่อไม่ให้ถึงขั้นล้มละลายจนถูกออกจากราชการ ซึ่งมีทั้งสิ้น จำนวน 11 คน

พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก กล่าวว่า จากจำนวนตัวเลขทั้งหมดของภาค 4 ที่ตำรวจทั้งหมดเป็นหนี้ทั้งสิ้น 13,000 ราย แต่มีปัญหาการชำระหนี้จนบางส่วนถูกฟ้อง ถึงขั้นฟ้องล้มละลายจำวน 2,500 นายเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่หลังจากมีนโยบายเชิงบริหารของภาค 4 ให้ทุก ภจว.ไปสอดส่องผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นหนี้ร่วมกับธนาคารออมสิน หลากหลายรูปแบบรวมทั้งการเปิดโต๊ะเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้ ยืดระยะเวลา ลดดอกเบี้ย มีการผ่อนสั้นผ่อนยาว ทำให้ตอนนี้เหลือผู้ที่มีปัญหาจำนวน 800 นาย และในจำนวนนี้มีผู้ถูกฟ้องล้มละลาย 50 นาย

ซึ่งทั้ง 50 นายยังไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นบุคคลล้มละลาย ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล สามารถอยู่ในขั้นตอนการเจรจา เชื่อว่าทั้งหมดจะปลอดจากการล้มละลายแน่นอน

ส่วนจังหวัดขอนแก่นเองนั้น จากมีผู้เป็นหนี้มีปัญหาจำนวน 200 นาย ได้แก้ปัญหามาตั้งแต่ปลายปี จนถึงขณะนี้เหลือแค่ 44 คนที่ยังต้องได้รับการแก้ปัญหา และในนี้มี 11 คน ที่เป็นกรณีเร่งด่วน เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล วันนี้เป็นการเจรจาครั้งสุดท้าย และเชื่อว่าทุกคนมีทางออกทั้งหมด

ด.ต.ปกป้อง ชิณวัฒน์ ผบ.หมู่ ป.สภ.น้ำพอง ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่เป็นหนี้ธนาคารออมสิน วงเงิน 1.5 ล้านบาท รวมดอกเบี้ยอีกเกือบ 3 แสนบาท เปิดเผยว่า หลังจากถูกฟ้องล้มละลาย จึงได้ทำหนังสืออนุเคราะห์ เพื่อประนอมหนี้ และรู้สึกดีใจที่ผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจเอาใจใส่จนมีการเจรจาแล้วหลายครอบ ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งหวังว่าจะมีการประนอมหนี้ได้สำเร็จ

โดยอาจจะให้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเข้ามาให้กู้นำเงินไปชำระส่วนที่ค้างก่อน เพื่อให้พ้นจากการล้มละลาย ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้คงจะคลายความเครียดความวิตกกังวลไปได้ เพราะถ้าหากล้มละลายก็ต้องถูกออกจากราชการ สงสารครอบครัว เพราะไม่อยากให้ทุกคนในครอบครัวต้องเสียใจ อยากให้ภาคภูมิใจกับศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจ จากนี้ไปจะมีวินัยในการใช้เงินใช้หนี้ รวมทั้งหารายได้เพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้เริ่มทำอาชีพรับซื้อของเก่าไปด้วยแล้ว ส่วนหนี้สินที่มีทั้งหมดตอนนี้นอกจากของธนาคารออมสิน 1.5 ล้านบาทแล้ว ยังเป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ 1.5 ล้านบาทเช่นกัน และยังมีสถาบันการเงินอื่นๆอีก รวมแล้วเป็นหนี้ประมาณ 7 ล้านบาท ส่วนเงินเดือนรวมเงินค่าตำแหน่ง อัตราแค่ 2.8 หมื่นบาท