ทีมชาติไทยเรียกตัว พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา เสริมทัพแทน อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ถอนตัว ขณะที่ขุนพล “ช้างศึก”
ตบเท้าเข้ารายงานตัวเดินทางไปเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ จ.นครราชสีมา แล้วเพื่อเตรียมทีมเตะ อิรัก ในฟุตบอลโลก 2018 วันที่ 8 ก.ย.นี้
ขุนพลนักเตะทีมชาติไทยตบเท้ารายงานตัวที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาเพื่อเตรียมทีมแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มเอฟ กับ อิรัก ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ เวลา 19.00 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน การรายงานตัวครั้งนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนติดภารกิจนำ 6 นักเตะทีมชาติไทย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, สารัช อยู่เย็น, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา รวมถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ไปรับรางวัลจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ที่ประเทศเมียนมาร์
พ.อ.สมศักดิ์ ฤทธิรงค์วัฒนา ผช.ผจก.ทีมชาติไทย และ “โค้ชแม็ก” ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเป็นคนรับรายงานตัว จากนั้นทีมได้เดินทางไปเก็บตัวที่ “กิเลน วัลเลย์” จ.นครราชสีมา ต่อทันทีในช่วงบ่าย โดย “โค้ชแม็ก” เปิดเผยว่า ได้เรียก พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา เข้ามาเสริมทีมแทน อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ถอนตัวไปเรียบร้อยแล้ว
“อดิศักดิ์ ไกรษร บาดเจ็บต้องถอนตัว ทีมจึงเรียกตัว พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา มาแทน โดย พีระพัฒน์ อาจจะต้องขยับจากแบ็กซ้ายขึ้นไปเล่นริมเส้นซ้าย เพราะแบ็กซ้ายมีทั้ง ธีราทร บุญมาทัน และ สุริยา สิงห์มุ้ย อยู่แล้ว ขณะที่ ธนา ชะนะบุตร อาจจะขยับจากริมเส้นไปเล่นเป็นหน้าเป้า เพื่อสนับสนุน ธีรศิลป์ แดงดา” โค้ชแม็ก กล่าว
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เผยต่อว่า การฝึกซ้อมในช่วงแรกจะไม่เน้นหนักมาก โปรแกรมจะเน้นที่การฟื้นฟูสภาพร่างกายผู้เล่น อาจให้ปั่นจักรยานหรือเสริมกล้ามเนื้อ เป้าหมายคืออยากให้นักเตะได้ผ่อนคลายหลังลงเล่นเกมหนักๆกับสโมสรมาตลอด จากนั้นวันที่ 24 สิงหาคมคงจะเริ่มโปรแกรมซ้อมแบบเต็มรูปแบบ
ด้านความคืบหน้าการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 12 “เอเอฟเอฟ ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2015” ระหว่างวันที่ 8-16 ต.ค.ที่สนามบางกอก ฟุตซอล อารีน่า ซึ่งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือถึง สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน เพื่อขอเปลี่ยนแปลงโปรแกรมการแข่งขัน ของทีมโต๊ะเล็กทีมชาติไทยให้ไปแข่งขันคู่สุดท้ายทุกนัด นั้น
“บิ๊กเปี๊ยก” สมศักดิ์ ศิริธรรม เปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณเอเอฟเอฟ ที่ยอมเปลี่ยนโปรแกรมการแข่งขันให้กับทีมฟุตซอลไทย เนื่องจากโปรแกรมเดิม บางวันจะต้องแข่งขันคู่แรก ที่จะเริ่มเวลา 11.30 น. บางวันจะแข่งคู่ที่ 2 เริ่มเวลา 14.00 น. ซึ่งในเวลาดังกล่าวคงไม่มีแฟนฟุตซอลมาให้กำลังใจนักเตะไทยได้เลย รวมไปถึงเรื่องการถ่ายทอดสด ก็ไม่สามารถที่จะทำการถ่ายทอดสดในเวลาดังกล่าวได้ การที่ เอเอฟเอฟ ได้ยืนยันให้ ทีมชาติไทยลงแข่งขันเป็นคู่สุดท้ายเวลา 19.00 ทุกนัดในรอบแรก ทำให้แฟนฟุตซอลสามารถเข้ามาเชียร์ทีมชาติไทยในสนามได้ และยังได้ถ่ายทอดสดด้วย


