“ณรงค์” เผยไม่ห่วงงานใน ศธ. หากไปเป็นรองนายกฯ จริงตามโผ ชี้ รมว.ศึกษาธิการ คนใหม่มาสามารถสานต่อได้ หรือดำเนินการใหม่ถ้ามีแนวทางดีกว่า
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ประยุทธ์3ซึ่งมีรายชื่อถูกปรับให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี ว่า ถ้าตามโผก็คงตามนั้น แต่ก็ยังไม่อยากพูดอะไร เพราะยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯอีกทั้งนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้มอบหมายอะไรเลย อย่างไรก็ตาม หากไปรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีแล้ว สำหรับงานใน ศธ.ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รมว.ศึกษาธิการคนใหม่ มาก็สามารถทำต่อได้อาทิ การปฏิรูปการศึกษาก็มีแนวทางตามโรดแมปที่วางไว้แต่อาจจะมีบางเรื่องที่ทำไว้แล้วยังไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ที่มาใหม่ก็คงทำต่อถ้าเห็นว่าสอดคล้องกับแนวทางของเขา หรืออาจจะมีแนวคิดอื่นที่ดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้คงบังคับไม่ได้ว่าจะต้องทำต่อหรือไม่
“ส่วนปัญหาของ3หน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) คุรุสภา และองค์การค้าของ สกสค.นั้น ก็ไม่ค่อยเป็นห่วงเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาก็มีการดำเนินการที่ค่อนข้างชัดเจนมาโดยตลอด ไม่ว่าใครมาก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เช่น คดีการติดตามทวงเงินที่นำไปลงทุนกับเอกชน ซึ่งนอกจากเราต้องเร่งดำเนินการแล้ว ยังมีหน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยดูแลอีก ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วง สำหรับการปฏิบัติงานของคุรุสภา หรือ สกสค.ที่อาจจะยังไม่ตรงกับภารกิจเท่าที่ควรนั้น ในการประชุมบอร์ดก็ได้มีการมอบหมายให้แต่ละสำนักงานไปดำเนินการปรับปรุงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของคุรุสภาที่จะต้องปรับปรุงการดำเนินงานให้ กระชับ หรือ เรื่องการดูแลสวัสดิการของครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ สกสค. ที่จะพยายามนำเงินกองทุนที่มีอยู่มาช่วยเหลือดูแลสมาชิกให้ตรงตามวัตถุ ประสงค์ของกองทุน”รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า ส่วนกรณีการบอกเลิกจ้างนายสมมาตร์ มีศิลป์ ผอ.องค์การค้าของ สกสค. นั้น เวลานี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะต้องดูรายละเอียดของสัญญาจ้าง และรอผลการประเมินผลงานก่อน สำหรับเรื่องการทุจริตการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ
นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่าหากมีการปรับเปลี่ยน รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งตามโผปรากฎชื่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มาเป็น รมว.ศึกษาธิการ นั้น คาดว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายในกระทรวง เพราะจากประสบการณ์และการทำงานในอดีตจะเห็นว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ มีความเข้มแข็ง แก้ปัญหาต่างๆด้วยความเด็ดขาดว่องไว เช่น แก้ปัญหาการบุกรุกอุทยานแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งการมาทำงานใน ศธ.เวลานี้ก็ต้องใช้ความเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา การปรับโครงสร้าง ปัญหาทุจริตองค์การค้า สกสค. รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นต้น คาดว่า นายกฯ อยากให้พล.อ.ดาว์พงษ์ มาดำเนินการเรื่องเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนห้วงเวลานี้เหมาะสม เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นปีงบประมาณ2559ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารงาน วางระบบแผนการทำงาน การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่วน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ.มีความเป็นนักวิชาการและรอบรู้นวัตกรรมการของต่างประเทศ ก็น่าจะนำสิ่งเหล่านี้มาใช้แนะนำในการปฏิรูปการศึกษา
“เวลามีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีหรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนผู้บริหารองค์กร ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นคนดีแต่ว่าในบางสถานการณ์นั้นอาจจะดูว่าใครเหมาะสมจะทำงานแบบไหน เพราะฉะนั้น ยกตัวอย่างเวลาพวกผมถูกปรับเปลี่ยนในวันแรกอาจจะมีน้อยใจบ้าง แต่วันถัดมาก็หายจะตั้งใจทำงานเหมือนเดิม ขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าช่วงนั้นใครเหมาะสมจะทำงานอะไร”นายกมล กล่าว





