วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ตัวประกันมาราธอน12ชม. แม่-พี่ชายกล่อมสำเร็จ

หนุ่มก่อสร้างตกงาน เครียดแฟนสาวหนีหาย ใช้มีดจี้คอเป็นตัวประกัน กักขังอยู่ในห้องนานกว่า 12 ชม. สุดท้ายแม่-พี่ชายกล่อมสำเร็จ

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2558 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเหตุจี้ตัวประกัน เหตุเกิดภายในห้องพักเลขที่ 224 ชั้น 2 บ้านใหม่อพาร์ทเม้นต์ ม.2 ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเม้นต์ขนาดใหญ่ 5 ชั้น มีด้วยกัน 2 ตึก หันหน้าเข้าหากัน โดยหน้าบริเวณหน้าอพาร์ทเม้นต์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เฝ้าสถานการณ์โดยรอบ จำนวนกว่า100 นาย และภายในอ๊อฟฟิต มีการตั้งวอลรูม โดยมี พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร เดินทางมาบัญชาการด้วยตัวเอง

ซึ่งการประชุมวางแผนมีนายตำรวจเข้าร่วมจำนวนมาก ประกอบด้วย พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รอง ผบช.ภ.7 ,พล.ต.ต.ประภากร ริ้วทอง ผบก.สส.ภ. 7,พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม,พ.ต.อ.สมชาย รักเสนาะ รอง ผบก.สส.ภ. 7และทีมสืบสวนบก.สส.ภ.7,พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษ กองกำกับการปฎิบัติการพิเศษ ภ.จว.นครปฐม ,พ.ต.อ.ขัชชาย คล้ายคลึง ผกก.สภ.สามพราน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.สามพรานเข้าร่วมวางแผน รับฟังข้อมูลและซักถามรายละเอียดกับนางสาวพลอย ไม่มีนามสกุล อายุ 21 สัญชาติ ลาว เจ้าของห้องที่เกิดเหตุ และเป็นผู้เห็นเหตุการณ์

โดยมีนางจำปา ภู่ทอง อายุ 60 ปี นายจ้างของ น.ส.พลอย และน.ส.นุช ผู้ที่ถูกจี้เป็นตัวประกัน พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยัง น.ส.นุช เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ยอมวางมีด และลงมา แต่ไม่เป็นผล

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อต่อมาคือ นายสยาม เทียมทอง อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้างก่อสร้าง ยังคงใช้มีดจี้ น.ส.นุช ไม่ทราบนามสกุล อายุ 30 ปี สัญชาติลาว อยู่ภายในห้องพักดังกล่าว โดยไม่ยอมให้ใครเข้าไปได้ มีเพียงการใช้โทรศัพท์เจรจาได้เท่านั้น โดยจนท.ได้พยายามให้นางจำปา ภู่ทอง นายจ้างของ น.ส.นุช โทรเข้าเครื่อง น.ส.นุชและพยายามเกลี้ยกล่อม จนสามารถได้เบอร์ติดต่อของมารดาของ นายสยาม ที่พักอยู่ที่บ้านในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ก่อนโทรศัพท์ติดต่อและส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรับตัว นางจำเนียร เทียมทอง มารดาและพี่ชายของนายสยาม ที่ อ.ท่าเรือ จ.กาญจนบุรี เพื่อมาเกลี่ยกล่อมนายสยามให้ปล่อยตัว น.ส.นุช

จากการสอบสวน น.ส.พลอย อายุ 21 ปี เจ้าของห้องที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นเพื่อนกับ น.ส.นุช เล่าว่า ตนและน.ส.นุช เพื่อนสาวทำงานเป็นเด็กเสริฟอยู่ที่ร้านนางกวัก คาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับอบต.บ้านใหม่ อ.สามพราน เดิมที นายสยามและน.ส.นุช นั้นเคยพักอาศัยอยู่กินด้วยกันมาก่อน แต่ต่อมานายสยาม ตกงานไม่มีงานทำ ก็ได้แต่นอนอยู่ห้องพักให้ น.ส.นุช ออกไปทำงานคนเดียว เมื่อน.ส.นุชได้เงินมา นายสยามก็จะมาเอาเงินไปส่งให้ภรรยา น.ส.นุชรู้จึงเกิดมีปากเสียงกัน จน น.ส.นุช ทนไม่ไหว จึงได้หนีออกมาอาศัยอยู่กับตน

น.ส.พลอย เล่าต่ออีกว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเวลาประมาณ 03.30 น.ตนได้กลับมาที่ห้องพบว่า ประตูล๊อค เมื่อมองเข้าไปก็เห็นนายสยามถือมีดจ่อคอน.ส.นุชอยู่ ตนจึงเคาะประตูเรียก นายสยามจึงล็อกคอน.ส.นุชแล้วลากมาที่ประตู โดยในมือซ้ายที่ล๊อกคอยังถือมีดปลายแหลมจี้ไปที่คอ แล้วใช้มือขวาเปิดประตู ให้ตนเข้าไป ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบออกมาเพราะเกรงว่านายสยามจะทำอะไรรุนแรงกับน.ส.นุช ก่อนโทรแจ้งให้นายจ้างทราบเหตุและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ต่อมาเวลา 14.45. น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำตัว นางจำเนียร เทียมทอง มารดาของ นายสยามพร้อมพี่ชาย เดินทางมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งนำตัวเข้าพบพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เพื่อทำความเข้าใจและวางแนวทางในการพูดคุยเพื่อให้เข้าเจรจากับ นายสยาม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำนางจำเนียร พร้อมพี่ชาย และนายธนู สุดาแก้ว อายุ 61 ปี เจ้าของร้านนางกวัก คาราโอเกะ ซึ่งเป็นนายจ้างของ น.ส.นุช ขึ้นไปยังห้องที่เกิดเหตุ เพื่อทำการเจรจาเกลี้ยกล่อม

โดยมีเจ้าหน้าที่ นปฟ.ภ. 7 และเจ้าหน้าที่จากกองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.นครปฐม ย่องเข้าไปซุ่มอยู่ในห้องพักที่ติดกับห้องที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่นำจำเนียร ขึ้นไปยังห้องที่เกิดเหตุนั้น นายสยามได้ยอมเปิดประตูให้นางจำเนียรเข้าไปกับพี่ชายเท่านั้น และปิดประตูไม่ยอมให้ นายธนู เข้าไปแต่อย่างใด นายธนูจึงได้แต่พยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมอยู่หน้าประตูเท่านั้น

เวลาผ่านไปกว่า 1 ชม. นายสยามก็ได้ยอมส่งมีดจำนวน 3 เล่ม ให้กับนางจำเนียร ผู้เป็นมารดา และยอมเปิดประตูออกมาพร้อมกับที่มือยังกอดคอน.ส.นุชอยู่ โดยมีแม่และพี่ชายเดินนำหน้าออกมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวลงมายังอ๊อฟฟิตของอพาร์ทเม้นท์ ที่ใช้เป็นห้องวอลรูม เข้าพบพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.และพล.ต.ท.วีรพงษ์ชื่นภักดี ผบช.ภ. 7 พูดคุยให้คลายเครียด ก่อนนำตัวออกมาขึ้นรถเดินทางไปยังสภ.สามพราน

ส่วนน.ส.นุช ตัวประกันนั้น ได้รับบาดเจ็บถูกมีดบาดที่ลำคอ จึงให้เจ้าหน้าที่พยาบาล ทำแผลก่อนนำตัวเข้าพบพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.และนำตัวนำไปยัง สภ.สามพราน เพื่อดำเนินการต่อไป

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของคนที่รักกันแต่ก็มีเรื่องบาดหมางกัน ฝ่ายหญิงจึงหนีมาอยู่กับเพื่อน ฝ่ายชายจึงบุกเข้ามาในห้องและพูดเจรจากันไม่รู้เรื่องจึงใช้มีดจี้เป็นตัวประกัน ซึ่งเบื้องต้นก็จะเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยการใช้อาวุธมีดบังคับข่มขู่ ทำให้หมดอิสรภาพ ส่วนเจ้าของห้องก็เป็นผู้เสียหายอีกคนหนึ่ง ที่ผู้ต้องหาบุกเข้าไปในห้องและทำลายทรัพย์สิน ซึ่งขณะนี้ได้ส่งตัวไปดำเนินคดียัง สภ.สามพรานแล้ว