วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งวิเคราะห์คลิปเสียง'ชูวงษ์'สั่งโอนหุ้นให้พริตตี้

ตำรวจเร่งวิเคราะห์คลิปเสียง “ชูวงษ์” สั่งโอนหุ้นให้พริตตี้ ก่อนออกหมายจับสัปดาห์หน้า

จากกรณีที่นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุนกิจการเพื่อสังคม(วตท.) รุ่นที่ 20 เสียชีวิต ขณะที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ ขับรถยนต์เล็กซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ไปส่งนายชูวงษ์ กลับบ้านพัก เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา และต่อมาญาติได้เข้าร้องเรียนกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เพื่อให้สอบสวนรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากยังติดใจการเสียชีวิตในหลายประเด็นนั้น

ล่าสุดวานนี้ (9ส.ค.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร.เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการรวบรวมเอกสารข้อมูลของโบรกเกอร์ให้ครบถ้วนมากที่สุด ทั้งเรื่องของการโอนหุ้น ขายหุ้น รวมทั้งไฟล์บันทึกเสียงการสนทนากับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยพนักงานสอบสวนจะขอไฟล์เสียงเต็มทั้งหมดมาดูว่า ช่วงไหนที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ของนายชูวงษ์บ้าง เมื่อได้ครบทั้งหมดแล้วจะพิจารณาว่า สิ่งไหนที่เข้าองค์ประกอบความผิด พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารที่มีการขูดลบขีดฆ่าออก และลายมือคนเขียน พร้อมทั้งดูองค์ประกอบความผิดดังกล่าวว่า เป็นความผิดด้านไหน วิเคราะห์ว่าองค์ประกอบความผิดที่ได้มาใครเป็นคนทำ ถึงจะมีการพิจารณาออกหมายจับคนที่กระทำผิดได้

ส่วนรายละเอียดการเสียชีวิต ได้มีการนำเอามาวิเคราะห์กับเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญเพื่อตรวจสอบแล้ว ขณะนี้รอการจำลองเหตุการณ์โดยการใช้หุ่นทดสอบเเรงกระแทกเวลาอยู่ในรถยนต์ พร้อมทั้งหารถยนต์รุ่นเดียวกันมาขับในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อทดสอบดูว่าหุ่นจะถูกกระแทกจุดไหนได้บ้าง และแรงกระแทกดังกล่าวจะสร้างบาดแผลได้หรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป กล่าวว่า ส่วนการเข้าตรวจค้นบริษัทโบรกเกอร์ ย่านลุมพินี ที่ทำหน้าที่โอนหุ้นให้กับนายชูวงษ์ เมื่อวานก่อนนั้น ล่าสุดพนักงานสอบสวนสามารถนำเอาเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมาได้พอสมควร โดยเฉพาะคลิปเสียงการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ย้อนหลังหลายๆ ครั้ง เพื่อมาเปรียบเทียบกับการโอนหุ้นให้กับพริตตี้ และโบรกเกอร์สาวว่า เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่ โดยจะเร่งให้เร็วที่สุด แต่ต้องรอบคอบและละเอียด เพราะเป็นคดีสำคัญ อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ ตำรวจกองปราบจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับต่อศาลได้แน่นอน ส่วนจะเป็นใครหรือมีกี่คนนั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่มีอยู่

“คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ ตำรวจกองปราบจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลได้แน่นอน ส่วนจะเป็นใคร หรือมีผู้ต้องหากี่คนนั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้” พ.ต.อ.จิรภพ กล่าว