ทหารลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อบาดาลแก้ภัยแล้ง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเตรียมตรวจเข้มโครงสร้าง-ความลึกทุกบ่อ ก่อนการเบิกเงินของผู้รับเหมา
จากกรณีสมาชิกผู้ปลูกมันสำปะหลัง ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ โครงการบ่อบาดาลแก้ภัยแล้ง ตามโครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตมันสำปะหลังปี 2558 งบประมาณ 14,400,000 บาท ของสำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ ที่บ้านโนนสง่า หมู่ที่ 3 ต.หนองกุง ของนายนิรันต์ ปรีสันต์ ซึ่งพึ่งได้ทำการเจาะแล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมปีนี้ แต่หลังจากเตรียมการที่จะเริ่มใช้น้ำปรากฏว่าน้ำมีไม่เพียงพอและบางครั้งน้ำมีสีคล้ายสนิม สมาชิกจึงได้ทำการตรวจวัดขนาดความลึก จนไปพบความผิดปกติหลายจุดในการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
พ.อ.ณัฏฐาภูมิ นิกร รองเสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ นำคณะลงพื้นที่ ตรวจสอบการขุดเจาะบ่อบาดาลพื้นที่บ้านโนนสง่า ม. 3 ตำบลหนองกุง ของนายนิรันต์ ปรีสันต์ จากการตรวจสอบบ่อดังกล่าวผู้รับเหมาได้ทำการขุดเจาะเสร็จแล้ว วัดความลึกได้ 47 เมตร และอยู่ระหว่างการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งต่อไปเจ้าหน้าที่จะเน้นการตรวจสอบโครงสร้าง ทั้งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำซัมเมิอร์ส แท่นตั้ง ถังเก็บน้ำ และการเดินท่อลงสู่แปลงมัน
ทั้งนี้เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำยังได้เรียกร้องให้ผู้รับเหมาเพิ่มความลึกในการขุดเจาะลงไปให้ลึก 65 เมตร เนื่องจากเกรงว่าในช่วงหน้าแล้งจะไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้การได้ อีกทั้งยังต้องการให้ตั้งกลุ่มสมาชิกผู้ใช้น้ำและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนในการตรวจสอบการดำเนินงานทุกขั้นตอนของผู้รับเหมา โดยเฉพาะการตรวจรับงานของคณะกรรมการจะต้องตรวจสอบคุณภาพทุกอย่างก่อนที่จะให้ผู้รับเหมาเบิกเงิน เพื่อให้บ่อบาดาลดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร
สำหรับการเข้าตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่ต้องการให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบการขุดเจาะบ่อบาดาล และการติดตั้งอุปกรณ์ ควบคู่ไปกับคณะกรรมการตรวจรับงาน โดยเน้นตรวจสอบไปที่โครงสร้าง และความลึกการขุดเจาะเฉลี่ย 40-100 เมตร ที่ผู้รับเหมาดำเนินการเสร็จแล้วในพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ และอำเภออื่นๆ ตามแบบและสัญญาจ้างของสำนักงานเกษตร เพื่อให้โครงการขุดเจาะบ่อบาดาลครั้งนี้รวมทั้งหมด 50 บ่อ เป็นไปตามมาตรฐานสามารถเพิ่มผลผลิตแก้ปัญหาภัยแล้งเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป





