วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งตรวจสอบคดีเผาศพหญิงนิรนาม คาดเป็นคนเอเชีย

รอง ผบช.ภาค5 เร่งตรวจสอบคดี ศพหญิงสาวนิรนามถูกเผาในป่าละเมาะ อ.สารภี คาดผู้ตายเป็นคนเอเชีย เร่งตรวจสอบเลขรหัสเหล็กดัดฟัน เหล็กดามแขน

ที่สถานีตำรวจภูธรสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผบช.ภาค5 พ.ต.อ.ไพรัช คุ้มล้วนล้อม ผกก.สภ.สารภี พ.ต.อ.ชวลิต วงศ์อัจฉริยา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิหัวหน้างานสอบสวนสภ.สารภี พ.ต.ท.ทิฐิกรณ์ เนืองหล้า รอง.ผกก.สืบสวนสภ.สารภีพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันประชุมติดตามผลการดำเนินการคดีหญิงสาวถูกฆ่าเผาในป่าละเมาะ หมู่5 บ้านหนองแฝก ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7ส.ค. ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ปชา กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีนี้ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเร่งตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร พร้อมกับตรวจสอบผู้ต้องสงสัยควบคู่กันไป โดยเบื้องต้นได้เร่งตรวจสอบพิสูจณ์เอกลักษณ์บุคคลของผู้ตาย ที่สภาพศพถูกเผาไหม้ประมาณร้อยละ 80 โดยแพทย์ได้ให้ความเห็นว่าเสียชีวิต 3 วัน ตำหนิรูปพรรณ เป็นคนเอชีย สูงประมาณ 160 ซม มีการจัดฟันทั้งบนและล่าง ฟันบนพบยางยืดเป็นสีเขียวส่วนฟันล่างยางยืดเป็นสีส้ม และพบเหล็กดามแขนที่ผู้ตายได้รับการรักษาในกรณีแขนหักมาก่อน 

จากการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุได้ตรวจสอบสภาพฟันของผู้ตายโดยได้ให้เจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจสอบการเจริญเติบโตของฟันคาดว่าผู้ตายมีอายุประมาณ 19 ปีขึ้นไป และแพทย์ได้ลงความเห็นว่าฟันของผู้ตายมีการจัดฟันอย่างเป็นระเบียบ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติการดัดฟันในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งตรวจสอบเลขรหัสของเหล็กดามแขนว่ามาจากทางโรงพยาบาลแห่งใด  ซึ่งจะสามารถเป็นหลักฐานที่จะเจาะจงว่าผู้ตายเป็นคนในพื้นที่ไหน พร้อมทั้งได้มีการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานขอข้อมูลไปยังศูนย์บริหารจัดการคนหายพัดหลงและศพนิรนามภาค5 เนื่องจากผู้ตายได้เสียชีวิตมาหลายวัน อาจมีญาติเข้ามาแจ้งความไว้

ทางด้านการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยได้มีการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุย้อนหลัง1 สัปดาห์แต่เนื่องจากกล้องวงจรปิด2ตัว ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ 100-200 เมตรเป็นของร้านค้า ยังไม่มีความสมบูรณ์ของภาพเท่าที่ควร พร้อมทั้งตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยและสถานที่ขายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ก่อเหตุน้ำมาเผาศพ

อย่างไรก็ตาม การติดตามในเรื่องของคดีเจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนซึ่งไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยต้องขอความร่วมมือผ่านทางสื่อมวลชนให้มีการช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบ สามารถประสานมายังสถานีตำรวจสภ.สารภีหรือสถานีตำรวจใกล้เคียงได้ทันที