ผู้ว่าฯหนองคาย เด้งปลัดอำเภอ -ผู้การฯหนองคาย สั่งเด้ง 5 เสือสภ.ท่าบ่อ ทันที หลังฝ่ายปค.จับค้ากามสาวลาว
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 28 ก.ค.58 นายสุชาติ นพวรรณ ผวจ.หนองคาย,นายมานะ สิมมา ผอ.สวนการสอบสวนคดีอาญา,นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับและตรวจสอบ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย,นายไพทูรย์ รักษ์ประเทศ ปลัด จ.หนองคาย,นายพัฒนธรณ์ กีรติรัฐวัฒน์ นอภ.ท่าบ่อ,นายโสภณ ห่วงญาติ นอภ.หนองคาย,พ.อ.พงศ์คณิศร์ ธรรมะสกุล ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน.,พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.ท่าบ่อ,พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.หนองคาย ฝ่ายปกครอง ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และกองกำลังรักษาความสงบประจำ จ.หนองคาย
ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้านอาหาร 2 แห่ง แห่งแรกเป็นร้านพูลทรัพย์ เป็นร้านคาราโอเกะ ตั้งอยู่เลขที่ 308 หมู่ 10 บ้านนาช้างน้ำ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย มีนางสมพิศ ดงหลวง อายุ 41 ปี เป็นเจ้าของร้าน พบหญิงสาวชาวลาว จำนวน 6 คน ส่วนแห่งที่สอง ร้านเคเอส ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 208 หมู่ 7 บ้านเสียว ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย มีนายโกศล อุปฮาด อายุ 60 ปี เป็นเจ้าของ ภายในร้านพบหญิงสาวชาวลาว 3 คน หญิงสาวทั้งหมดอายุระหว่าง 15-17 ปี ซึ่งขณะที่เข้าตรวจสอบนั้นหญิงสาวกำลังให้บริการเสิร์ฟเครื่องดื่มกับลูกค้าอยู่ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ที่ว่าการอำเภอท่าบ่อ พร้อมของกลางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์,ถุงยางอนามัยจำนวนมากที่พบอยู่ในร้าน และสมุดบันทึกลูกค้า
นางทอง ไม่มีนามสกุล (นามสมมติ) อายุ 17 ปี หญิงชาวลาว กล่าวว่า ตนมาทำงานในร้านอาหารพูลทรัพย์นี้ได้ประมาณ 2 เดือน มีรายได้เป็นรายวัน ๆ ละ 300 บาท โดยทำหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร คอยดูแลและปรนนิบัติแขก บางครั้งก็ค้าประเวณีตามความต้องการของลูกค้า
นายสุชาติ นพวรรณ ผวจ.หนองคาย กล่าวว่า จ.หนองคายได้รับการแจ้งเบาะแสจากองค์กรช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ผ่านทางศูนย์ดำรงธรรม ว่า ร้านอาหารดังกล่าวมีการลักลอบนำหญิงสาวชาวลาวมาค้าประเวณี กระทรวงมหาดไทยจึงได้เปิด“ปฏิบัติการสองฝั่งโขง”โดยเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบ ด้วยการส่งสายลับเข้าไปสอบตรวจสอบ กระทั่งทราบว่าหญิงบริการชาวลาวบางรายระบุว่าถูกหลอกมาค้าประเวณีที่ร้านแห่งนี้ เมื่อมีลูกค้าจะพาไปร่วมประเวณีนอกร้านเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐ
ด้านนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับและตรวจสอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการนี้เป็นไปตามคำสั่งของ คสช. และนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยต่อจากนี้จะมีเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ทุกแห่งที่มีการกระทำเข้าข่ายการค้ามนุษย์ แรงงานผิดกฎหมาย ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมได้ทำการสอบประวัติ ตรวจมวลกระดูกเพื่อให้ความคุ้มครองช่วยเหลือหญิงสาว ส่วนเจ้าของร้านจะถูกดำเนินคดีในฐานค้ามนุษย์ โดยเฉพาะร้านเคเอสนั้นไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ ซึ่งจะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมด้วย
ล่าสุดในเช้าวันนี้ 29 ก.ค. 58 นายสุชาติ นพวรรณ ผวจ.หนองคาย ได้มีคำสั่งให้ ว่าที่พันตรีราวีชัย พฤทธิ์พหล ปลัดป้องกันอำเภอท่าบ่อ เข้ามาปฏิบัติราชการที่ศาลากลาง จ.หนองคายเป็นการชั่วคราว พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ว่าเหตุใดจึงปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำลักษณะการค้ามนุษย์ขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจสอบแล้วพบว่าร้านอาหารคาราโอเกะ ใน อ.ท่าบ่อ มีลักษณะการค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จริง ส่วนในพื้นที่ อ.ศรีเชียงใหม่ เป็นการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งยังไม่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ซึ่ง จ.หนองคายมีพื้นที่ติดแนวชายแดนตลอดลำน้ำโขง มีการลักลอบเข้ามาในประเทศของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวลาว และลักลอบเข้ามาทำงานผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องยากในการป้องกันปราบปราม แต่ที่ผ่านมาได้เข้มงวดตรวจสอบและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ขณะที่ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.จว.หนองคาย ได้ทำหนังสือคำสั่งให้ 5 เสือ สภ.ท่าบ่อ ประกอบด้วย พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.ท่าบ่อ , พ.ต.ท.ทันสมัย พรหมสิทธิ์ รองผกก.(ป.),พ.ต.ท.รัชพงศ์ อาจแก้ว รองผกก.(สส.),พ.ต.ท.อนันต์ สุพรรณเภสัช สวป. และ พ.ต.ต.สุริยะ เต่าทอง สวส. เข้ามารายงานตัวภายในวันนี้(29กค.ถค) และให้ประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ ภ.จว.หนองคาย โดยไม่มีกำหนด
ซึ่ง พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนองนโยบายของ คสช. และรัฐบาลในการปราบปรามการค้ามนุษย์รวมถึงให้เอาใจใส่ในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยด้วย อย่างไรก็ตาม ภ.จว.หนองคายไม่ได้นิ่งนอนใจกับการแก้ปัญหา และมีการออกตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่อยู่แล้ว

