ตร.ท่องเที่ยวรวบหนุ่มใหญ่ แก๊งลักบัตรเครดิตนักท่องเที่ยวบนรถทัวร์ รูดซื้อแบรนด์เนม
พ.ต.อ.ศุภพล อรุณสิทธิ์ รรท.ผบก.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รองผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.ทท. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.1บก.ทท. พ.ต.ต.ศิลา ตันตระกูล สว.งานสืบสวน กก.1บก.ทท. พ.ต.ต.ภูริทัต บุญช่วย สว.ส.ทท.1กก.ทท. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทท. ร่วมแถลงผลการจับกุมตัว นายพิธาวัชร์ อัครฐิติวีรกุล หรือหมง อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 554/2558 ลงวันที่ 20 มี.ค.58 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำลายสิ่งกีดกั้นในยวดยานสาธารณะหรือรับของโจร และใช้บัตรอิเล็คโทรนิกส์ของผู้อื่น” พร้อมของโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง กลางบัตรอิเล็คโทรนิกส์ 4 ใบ กระเป๋าสะพาย 2 ใบ แผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฆณ 3377 กทม. 1 แผ่น แผ่นป้ายทะเบียนป้ายแดงหมายเลข ถ 5152 กทม. 2 แผ่น แผ่นป้ายทะเบียนป้ายแดงหมายเลข อ 7220 กทม. 1 แผ่น
พ.ต.อ.ศุภพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวจากบนรถทัวร์ที่พานักท่องเที่ยวนานาชาติ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นจำนวนหลายคดีในหลายท้องที่ ส่วนใหญ่คนร้ายมักจะขโมยทรัพย์สินส่วนใหญ่จะเป็นเงินสด และบัตรเครดิต จากนั้นทางเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามพบว่านายพิธาวัชร์ เป็นผู้นำบัตรเครดิตของผู้เสียหายที่เคยไปแจ้งความหายไว้ไปรูดซื้อสินค้า มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท จึงเฝ้าติดตามจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ที่ศูนย์ซ่อมรถยนต์ ย่านถนนลาดพร้าว เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นนำตัวมาทำการสอบสวนขยายผลที่ บก.ทท.
ด้าน พ.ต.อ.อาชยน กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า การก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมีการทำกันเป็นขบวนการ โดยจะมีพนักงานประจำรถทัวร์ถือโอกาสขณะนักท่องเที่ยวเผลอลงมือก่อเหตุแอบลอดเข้าไปในช่องเก็บสัมภาระของนักท่องเที่ยวบริเวณใต้ท้องรถ แล้วลักทรัพย์เป็นเงินสดและบัตรอิเล็คโทรนิกส์ ต่างๆ ของนักท่องเที่ยวไปโดยจะไม่แตะต้องทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งกว่านักท่องเที่ยวจะรู้ตัวว่าถูกลักทรัพย์เวลาก็ผ่านไปนานแล้ว จากนั้นพนักงานประจำรถจะนำบัตรเครดิตไป ให้กับชายอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนกลางรับบัตรดังกล่าว ก่อนนำไปให้นายพิธาวัชร์ ให้รูดซื้อสินค้า
“ทุกครั้ง นายพิธาวัชร์ มัก จะขับรถที่สวมแผ่นป้ายทะเบียนของรถคันอื่นไปก่อเหตุรูดซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคาแแพงตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก่อนนำสินค้าไปขายต่อ เมื่อได้เงินมานายพิธาวัชร์ ก็จะนำเงินไปแบ่งให้กับคนกลางที่เป็นผู้นำบัตรเครติดมาให้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติทราบว่านายพิธาวัชร์ ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2542 ในหลายพื้นที่ โดยหลังจากนี้ทางตำรวจต้องทำการสอบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการอีกครั้ง อย่างไรก็ดีอยากฝากไปถึงผู้ประกอบการห้างร้านต่างๆ ให้ระมัดระวังในการให้บริการกับผู้ที่นำบัตรมารูดซื้อสินค้า ควรตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของบัตรตัวจริงหรือไม่ เพื่อป้องกันการก่อเหตุของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป” พ.ต.อ.อาชยน กล่าว


