วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โชเฟอร์ปืนโหดยิงซี7กฟผ.ดับ รับแค้นถูกด่าพ่อ

โชเฟอร์ปืนโหดยิง ซี 7 กฟผ.ดับ เข้ามอบตัวสารภาพแค้นถูกด่าพ่อ

จากกรณีที่ นายสถิต จุมทอง อายุ 40 ปี ชาว จ.ศรีษะเกษ คนขับรถรับส่งพนักงานโรงไฟฟ้าพระนครใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ (กฟผ.) ก่อเหตุใช้อาวุธปืน ขนาด.38 ยิง นายโสภณ  เจียระผกานนท์ อายุ55ปี พนักงานคอมพิวเตอร์ระดับ7 กฟผ.เสียชีวิตจมกองเลือดคาเบาะที่นั่งผู้โดยสารแถวที่5บนรถบัสรับส่งพนักงาน กฟผ.สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง080782กท.ของบริษัทพรทิพย์ แทรเวล จำกัด โดยหลังก่อเหตุนายสถิตได้ยกมือไหว้ขอโทษพนักงานคนอื่นที่ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า“ผมขอโทษ มันเป็นเรื่องส่วนตัว”ก่อนจะเดินลงไปขึ้นรถแท็กซี่ไม่ทราบสีและทะเบียนหลบหนีไป เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัว เร่งสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหามูลเหตุการก่อคดี จากนั้น เมื่อช่วงเย็นของวันที่17ก.ค.ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ได้ขออำนาจศาลจังหวัดตลิ่งชันออกหมายจับนายสถิต ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรฯ แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ เหตุเกิดที่บริเวณถนนสิรินธร ใกล้ซอยสิรินธรซอย3แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม.เมื่อเวลา07.30น.ของวันที่17ก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา10.00น.วันที่21กรกฎาคม นายสถิต จุมทอง อายุ40ปี ชาว จ.ศรีษะเกษ ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.บางพลัด และพ.ต.อ.เทพประทาน นิพิวรรณ์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.บางพลัด โดยมีน.ส.บุษบา ยศเป็ง อายุ38ปี ภรรยาของนายสถิต ที่เพิ่งทราบข่าว เดินทางตามมาพร้อมกับลูกชาย วัยขวบครึ่ง เพื่อให้กำลังใจสามีอย่างใกล้ชิด

สอบสวน นายสถิต ให้การรับสารภาพว่า หลังเกิดเหตุ ได้หนีไปกบดานที่บ้านลูกพี่ลูกน้อง ย่านบางขุนเทียน เป็นเวลา2วัน โดยขณะเดินทางได้นำอาวุธปืน ขนาด.38ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งซื้อมาจากชายแดนประเทศกัมพูชาปีที่แล้ว ไปทิ้งไว้ในพุ่มไม้ ระหว่างถนนกาญจนาภิเษกกับถนนพุทธมณฑลสาย2 โดยมีเงินติดตัวอยู่10,000บาท ต่อมา ไม่อยากรบกวนญาติ เลยหนีไปอยู่โรงแรม ย่านพุทธมณฑลสาย4เป็นเวลา1วัน ระหว่างนั้นรู้สึกกดดัน อีกทั้ง เงินติดตัวเริ่มหมดลง จึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่เดินทางมามอบตัวที่สน.บางพลัด ส่วนสาเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงนายโสภณเสียชีวิต เนื่องจากผู้ตายมักด่าทอเรื่องตนขับรถ โดยกล่าวหาว่า เวลาขับรถผ่านผู้หญิง มักชอบบีบแตรเสียงดัง และชอบติเตียนเรื่องเอาภรรยาและลูกมาขึ้นรถด้วยบางครั้ง ถึงขั้นด่าถึงบุพการี ล่าสุดด่าว่า“กดแตรหาพ่อ”ซึ่งหนักเกินไป แถมยังไม่ขอโทษสักคำ จึงเกิดความแค้นสะสมมานาน ประกอบกับคืนก่อนเกิดเหตุ ตนได้ดื่มสุราจนเมามายด้วย พอมาขับรถจึงเก็บอารมณ์ไม่อยู่ คว้าอาวุธปืนที่เก็บไว้บนรถไปยิงนายโสภณเสียชีวิต ทั้งนี้ ยืนยันว่านอกจากเรื่องขับรถแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอื่นมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

“ผมขับรถส่งนายโสภณและพนักงานกฟผ.คนอื่นๆ มาแล้ว3ปี บางวัน นายโสภณจะขี้บ่น เอาแต่ใจตัวเอง เรื่องมาก และชอบเบ่งเพราะเห็นเป็นลูกน้อง ผมได้แต่เก็บกดเอาไว้ ครั้งสุดท้ายด่าถึงพ่อ ถือว่าหนักมาก แถมข่มขู่ว่าไม่อยากให้ผมขับรถส่งอีก เหมือนกับจะให้ออกจากงานถ้าไม่ตามใจ ผมแค่อยากให้เห็นใจกันบ้าง โดยก่อนหน้านี้ผมไม่เคยยิงใคร หลังก่อเหตุก็เครียด ถึงขั้นจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ แต่ไม่คิดจะหนีไปไหน เพียงอยากหลบไปสงบสติอารมณ์ก่อน พอคิดได้จึงมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่”นายสถิตกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำตา

ขณะที่ น.ส.บุษบา เปิดเผยว่า อยู่กินกับนายสถิตมา4ปี มีลูกชายวัยขวบเจ็ดเดือน1คน และตอนนี้ก็ไม่ได้ทำงานอะไร เพราะต้องดูแลลูกที่ยังเล็ก ตลอดเวลาที่อยู่กินกันมา สามีเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ก่อนเกิดเหตุ สามีก็ไม่ได้บ่นหรือมีทีท่าไม่พอใจอะไร ส่วนปืนไม่รู้ว่าเอามาจากไหน หลังจากนี้ คงต้องไปอาศัยอยู่กับญาติที่จ.แพร่ เพื่อหางานทำและดูแลลูกน้อย

ด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่า นายสถิตที่ก่อเหตุยิงพนักงานกฟผ.เมื่อวันที่17ก.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมามอบตัวด้วยตนเอง ภายหลังเจ้าหน้าที่สน.บางพลัดและกก.สส.บก.น.7ออกหาข่าวกดดันตามหมายจับ ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยหลังจากนี้ จะได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.