นายกฯบอกชาวระยอง อย่าปล่อยให้ใครปลุกระดมเกลียดชังรัฐบาล

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ลงพื้นที่ตลาดตะพง จ.ระยอง ขอปชช.แยกแยะสถานการณ์การเมืองให้ออก อย่าปล่อยให้ใครปลุกระดมเกลียดชังรัฐบาล
เมื่อเวลา08.30น. ที่พล.ม.2รอ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและโฆษกประจำสำนักนายกฯเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปตรวจราชการจังหวัดระยอง
จากนั้นเวลา09.45น. นายกฯ เดินทางถึงที่อาคารศูนย์กลางเกษตรจังหวัดระยอง ตลาดกลางผลไม้เพื่อการเกษตรตะพง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ผลไม้จังหวัดระยอง โดยมีประชาชนมาต้อนรับจำนวนมาก
นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยต้องร่วมมือกันสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น แต่ให้แก้ไขปัญหาทั้งหมดทีเดียวคงไม่ได้ ต้องทยอยแก้ปัญหา รัฐบาลยืนยันว่าต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ รัฐบาลมีความตั้งใจจริงและต้องมาทำความเข้าใจพูดคุยกับทุกคนว่าขอให้แยกแยะสถานการณ์ทางการเมืองออกไป วันนี้รัฐบาลเข้ามาเพื่อการปฏิรูปประเทศ แก้ไขปัญหาให้เกิดความยั่งยืน ประชาชนจะได้ไม่ลำบากเหมือนเดิมอีกต่อไป และการปรับเปลี่ยนไม่ว่าอะไร ต้องใช้เวลา และวิธีการที่เหมาะสมตามข้อเท็จจริง
นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยมี 77 จังหวัด ต้องดูว่าแต่ละส่วนงานจะทำอย่างไรไม่ให้ทับซ้อนและประสานกันทั้งระดับล่าง ระดับพื้นที่และส่วนกลาง สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องเกิดความเข้าใจ การจัดทำแผนงานของรัฐบาล เราดูแลคนทั้งประเทศ รัฐบาลนี้ วันนี้ไม่ได้มองคนเพียง10กว่าล้านคนหรืออีกฝ่ายที่มีอีก10กว่าล้านเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านๆมา ประเทศไทยมี70กว่าล้านคนเราต้องนึกถึงความเดือดร้นของทุกคน อย่าปล่อยให้ใครมาปลุกระดมให้เกลียดชังหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลปัจจุบัน
“ผมรับปากว่าจะทำทุกอย่างให้เต็มที่ ยังไม่มีท้อแท้ ยิ่งเจอปัญหาหรืออะไรต่างๆ ยิ่งต้องทำงานให้เกิดความยั่งยืนและแก้ให้ได้ ผมเห็นใจทุกคนที่ต้องเจอปัญหาแบบนี้มาตลอดชีวิตไม่ว่าปัญหาเรื่องข้าว ผลไม้ ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาแต่แก้ไม่ได้ มันต้องแก้ในลักษณะภาพใหญ่ทั้งหมด”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งเรื่องการเกษตรที่เรามีศักยภาพ แต่ปัญหาคือทำอย่างไรให้มีรายได้มากขึ้น ประชาชนไม่ต้องออกมาเรียกร้อง ซึ่งรัฐบาลพยายามเร่งรัดหาตลาดเพิ่มให้ในต่างประเทศและทำในลักษณะแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน รัฐบาลพยายามทำให้ทั้งโลกเห็นว่าไทยยังมีอะไรดีๆอยู่อีกมาก จะใช้แค่รอยยิ้มอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องสร้างแรงจูงใจอย่างอื่นเพิ่ม เพื่อให้คนมาเที่ยวประเทศไทย รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีราคาเหมาะสม การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อบวกกับรอยยิ้มที่เรามีอยู่จะทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับมากขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า ที่สำคัญเราต้องทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบ ทุกคนอยากจะมาประเทศไทย ปีนี้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยมกขึ้นกว่า20เปอร์เซ็นต์ ใครบอกว่าไม่มีนั้นไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่าปี2557ตกกระป๋องไปข้างล่างเพราะไม่มีใครมาเที่ยวเนื่องจากคนไทยทะเลาะกัน ตนไม่เห็นประโมยชน์ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลจึงต้องแก้ปัญหาให้ได้ และรัฐบาลใหม่ต้องไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก และรัฐบาลชุดนี้ต้องทำเป็นกรณีพิเศษ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทราบว่าทุกคนให้ความเมตตาตน ดังนั้น ตนจึงไม่กลัว ถ้าบ้านเมืองเราสงบสุข ทุกประเทศก็จะเดินทางมาเพราะก่อนหน้านี้ทุกคนมองว่าไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าทำการค้าขายด้วยเพราะมีเสถียรภาพ แต่ถ้าไม่มีเสถียรภาพ ชาวต่างชาติก็คงต้องเลิกอีก ทุกคนที่เคยซื้อและความสัมพันธ์ต่างๆต้องเลิกหมด วันนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่าพร้อมสนับสนุนประเทศไทยให้เดินตามโรดแม็ป และรีบๆไป ซึ่งวันนี้ตนก็เดินตามโรดแม็ปทุกอย่าง ไม่เคยไปเบี้ยวอะไรสักอย่าง ถึงแม้จะมีสื่อเขียนโจมตีบ้าง ทุกวันก็มีคนเขียนนิยายออกมาทุกวัน ขอร้องว่าอย่าไปเชื่อมาก อะไรที่ผมพูด ยืนยันว่าไม่เคยโกหก ตนโกหกไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันสร้างความสมดุล ไม่แบ่งแยก วันนี้รัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยแต่ปี2557-58สามารถทำให้ระดับความน่าเชื่อถือขยับขึ้นได้อีกหลายระดับ ซึ่งอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและทุกภาคส่วนเพื่อให้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา คงไม่มีใครอยากให้สถานการณ์เดิมๆเกิดขึ้นมาอีก
“มาระยองวันนี้ทำให้นึกถึงกวีเอกอย่างสุนทรภู่ หากคิดเล่นๆ สงสัยต้องให้ท่านเป่าปี่เปลี่ยนเพลงเพื่อให้ทุกคนตื่น และลุกขึ้นมาเพื่อร่วมมือกันทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป ไม่เช่นนั้นจะมีศิลปินอื่นๆตื่นขึ้นมาก็พูดแบบเดิมๆ ผมอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าคิดอะไรกัน ผมพูดจนคอจะเจ็บตายแล้ว วันนี้ผมไม่ทะเลาะกับใคร ตั้งใจและทำงานทุกวัน และที่พูดก็ไม่ได้ทวงบุญคุณใคร แต่พูดเพื่ออธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร และที่พูดเพราะรำคาญคนบางคนและคนบางกลุ่ม จึงต้องชี้แจงเพราะผมก็เป็นปุถุชนคนหนึ่ง อย่างเรื่องหมามุ้ย ผมไม่ต้องการให้ทุกคนไปปลูกทั้งหมดหรือเลิกทำนา แต่พูดเพื่อแนะนำให้ทุกคนมีทางเลือก ซึ่งประเทศไทยนอกจากสร้างความเชื่อมั่นแล้วเราต้องสร้างเสถียรภาพทั้งเรื่องการเมือง รัฐบาล การทหารและความมั่นคง ทำวันเดียวคงไม่สำเร็จ ต้องใช้เวลาและความร่วมมือ”นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ได้ต้องการเข้ามาเพื่อมีอำนาจ รัฐบาลต่อนี้ไปต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ไม่ใช่เข้ามาเพื่อแสวงหาอำนาจ และอำนาจที่ตนมีวันนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เป็นอำนาจเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม เกิดความก้าวหน้าและมั่นคงกับลูกหลานในอนาคต ตนไม่ได้อยู่หรือมาเพื่ออำนาจหรือผลประโยชน์ใดๆ แต่ที่อยู่วันนี้เพื่อทุกคน วันข้างหน้าจะได้กลับไปนอนดูทุกคน แต่ไม่ใช่พอถึงวันข้างหน้าแล้วยังต้องมาวิ่งร้องขอเรื่องนั้นเรื่องนี้ มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ข้าราชการและท้องถิ่นต้องวางมาตรการแก้ไขปัญหา
นายกฯ กล่าววา เรื่องการซื้อข้าวขายข้าว จากปัญหาที่ผ่านมาทำให้งบประมาณหายไปหลายแสนล้านบาท แทนที่จะนำเงินส่วนนั้นมาบริหารจัดการน้ำหรือเส้นทางรถไฟ แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้น ถ้ารัฐบาลที่ผ่านๆมาทำอย่างที่รัฐบาลนี้ทำก็คงไม่มีปัญหา
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับปัญหาเรื่องถนนทรุด ถ้ารวมแล้วมีประมาณกว่า2หมื่นกิโลเมตร สาเหตุเกิดจากแรงดันที่อยู่ใต้พื้นดินต่างๆ รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหา เบื้องต้นต้องดำเนินการในจุดที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน อาจจะต้องใช้เงินกู้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ คงต้องตั้งงบประมาณขึ้นมา แต่พอไปแตะดูเข้าจริงๆ บางแห่งมีเรื่องการทุจริตอีก ตนเบื่อจริงๆ อย่าให้มีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา
“วันนี้เราต้องไม่มีการเมือง การเมืองท้องถิ่นก็ต้องไม่มี อย่าไปเอางบประมาณของส่วนรวมไปให้แค่คนบางส่วน แล้วทะเลาะกัน อย่าแบ่งแยกการปกครอง ซึ่งการปกครองท้องถิ่นก็แบ่งแยกไม่ได้ ประเทศชาติต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย”
จากนั้นเวลา11.15น. นายกฯ ได้เยี่ยมชมตลาดกลางผลไม้เพื่อการเกษตรตะพง โดยมีพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากนำสินค้ามามอบให้ เช่น ทุเรียน ของทะเลแห้ง ซึ่งนายกฯ ให้คำแนะนำว่าควรปรับปรุงคุณภาพสินค้าหรือให้รายละเอียดคุณภาพของสินค้าต่างๆ ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้ายังคงให้ความสนใจทะเบียนรถของนายกฯที่ใช้ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ โดยนายกฯใช้รถอัลพาร์ทสีขาว ทะเบียน กน333ระยอง
และในเวลา12.30น.จะตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานโรงเรียนกำเนิดวิทย์และสถาบันวิทยสิริเมธี ณ ห้องประชุมใหญ่โรงเรียนกำเนิดวิทย์ ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยองเพื่อเยี่ยมชมและรับทราบถึงเป้าหมายการดำเนินงานของโรงเรียน ก่อนเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯในเวลา15.35น.







