พบช้างป่าล้ม3ตัวในพื้นที่ห้วยสัตว์ใหญ่ คาดกินสาร-ไฟฟ้าช็อต
พบช้างป่าละอู ตายเรียงกัน 3 ตัว ริมบ่อน้ำในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ จนท.ตรวจสอบเบื้องต้นพบ3ประเด็น กินสารเคมี ถูกวางยา และถูกไฟฟ้าช็อต
พ.ต.ท.สนั่น ศิริมงคล พนักงานสอบสวน สภ.หนองพลับ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในพื้นที่ว่า พบช้างป่าละอู นอนตายเรียงกัน 3 ตัว ริมบ่อน้ำขุดใหม่ภายในไร่ของประชาชน ม.1 บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายกมล นวลใย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, นายเชิดชัย จริยะปัญญา ผอ.สำบักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ราชบุรี ,นายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์? 3 สาขาเพชรบุรี ,นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 เพชรบุรี ,พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ กันยาประสิทธิ์ ผกก.สภ.หนองพลับ , ตชด.ค่ายนเรศวร ,เจ้าหน้าที่ WCS.และทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทหารทัพพระยาเสือ ทหารหร่วยเฉพาะกิจจงอางศึกทหารค่ายธนะรัชต์ และฝ่ายปกครองหัวหิน กำนันตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบอยู่ริมบ่อน้ำขุดใหม่กลางไร่ที่ปลูกหญ้า สำหรับเลี้ยงสัตว์ไว้ของอาศรม พื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่ทางการเกษตรแปลงปลูกหญ้า และสวนยาพารา ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน ตรวจพบว่า มีช้างป่านอนตายเรียงกัน จำนวน 3 ตัว โดยตัวแรก เป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 10-15 ปี มีงายาวประมาณ 30 เซนติเมตร ตัวที่ 2 เป็นช้างป่าเพศเมีย อายุประมาณ 6-7 ปี และตัวที่ 3 เป็นลูกช้างป่าเพศเมีย อายุประมาณ 2-3 ปี ทั้งหมดน่าจะเป็นช้างครอบครัว เนื่องจากลูกช้างจะต้องมีช้างพี่เลี้ยงคอยดูแล และอายุเฉลี่ยของช้าง แต่ละตัวใกล้เคียงกัน
โดยนายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน แบ่งกำลังกันตรวจสอบดูร่องรอบและหาจุดที่ช้างป่าโขลงดังกล่าวว่า มาจากทิศทางใด ซึ่งพบรอบบ่อน้ำ พบรอยเท้าช้างเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบกองอุจจาระของช้างด้วย ตรวจสอบเบื้องต้น กับทีมสัตว์แพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ ตำรวจ ทหาร ยังไม่ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย
ซึ่งภาพช้างนอนตายเรียงกันทั้ง 3 ตัวดังกล่าวเป็นภาพที่น่าสลดใจอย่างยิ่ง ซึ่งชาวบ้านที่ทราบข่าวได้เดินทางมาดูช้างให้เห็นกับตา และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกสงสารลูกช้างที่ต้องมาตายพร้อมกัน และหากเป็นกรณีถูกสารเคมีและถูกไฟฟ้าช็อตนั้นยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่
นายกมล นวลใย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตที่ดินของอาศรม อยู่นอกพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งช้างโขลงนี้จะมีอยู่ประมาณ 15 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานฯแก่งกระจาน เคยพบเหตุเป็นประจำ
“ซึ่งช่วงเช้าเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังพบเหตุช้างอยู่ในแนวรอยต่ออุทยาน คาดว่า จะเสียชีวิตในช่วงเย็นวานนี้ กระทั่งมาพบว่า ตายพร้อมกันทั้ง 3 ตัว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยกระสุนที่ตัวช้าง มีเพียงลูกช้างที่ปลายงวงลักษณะถูกตัดหายไป ส่วนช้างทุกตัวมีลักษณะใกล้เคียงกันคือ มีเลือดออกที่ปากและที่ดวงตา สภาพเริ่มขึ้นอืดและเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัด” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าว
โดยจากลักษณะการตาย นายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี และทีมสัตว์แพทย์ได้ปรึกษาและเบื้องต้นสันนิฐานได้ว่า ช้างป่าทั้ง 3 ตัว อาจจะกินสารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลงตามไร่การเกษตรของชาวบ้าน แล้วเกิดอาการร้อน จึงพากันเดินออกจากป่า ลงมากินน้ำที่บ่อน้ำภายในไร่ของอาศรม ที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม แต่ยังไม่ทันได้กินน้ำ ก็ล้มตายอยู่ข้างบ่อน้ำดังกล่าว ซึ่งสาเหตุการตายที่แท้จริง จะต้องรอให้ทีมสัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์ในช่วงค่ำวันนี้ พร้อมเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อส่งตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พบบริเวณปลายงวงของลูกช้างตัวที่ 3 มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีร่องรอยของการถูกของมีคมเฉือนปลายงวงออกไป ซึ่งอาจจะถูกไฟฟ้าช็อตจนล้มทั้ง 3 ตัวและมีผู้ใดผู้หนึ่ง พยายามเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นการกินสารเคมี หรือวางยาก็อาจเป็นไปได้
ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน ได้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบว่า มีการใช้รั้วไฟฟ้าแรงสูงหรือไม่ และได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองพลับ และทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดประจวบฯ ก็ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบในเบื้องต้น ซึ่งไม่พบวัสดุที่เป็นโลหะหรือกระสุนแต่อย่างใด และในเวลาต่อไปมา ได้ใช้รถแบ็คโฮยกช้างทั้ง 3 ตัวขึ้นรถเทลเลอร์ เพื่อนำไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานฯแก่งกระจานที่หุบเต่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ผ้าพิสูจน์ และ จะทำการฝังไว้ที่บริเวณหน่วยหุบเต่า
ทั้งนี้ นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ยังได้แสดงความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่พบช่างป่าล้ม 3 ตัวในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น หลังจากได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ก็ได้สั่งการผ่านลงไปยังหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และทุกส่วนของกรมอุทยานฯที่เกี่ยวข้อง และทีมสัตว์แพทย์ เร่งหาสาเหตุการล้มของช้างป่าทั้ง 3 ตัวโดยเร็ว




