เกิดเหตุไฟไหม้บ้านย่านราษฎร์บูรณะ ตำรวจคาดไฟฟ้าลัดวงจร
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 กรกฏาคม พ.ต.ท.รังสิมันตุ์ ดีสถิต พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 392 ซอยราษฎร์บูรณะ 44 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม.จึงรุดไปตรวจสอบสอบพร้อม พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ และรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 5 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ปลูกติดกับอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น จำนวนหลายคูหา พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกจากบริเวณชั้นที่ 2 ก่อนลุกลามมายังชั้นล่างจนเสียหายทั้งหลังอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นซอยแคบเจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงทำงานกันอย่างยากลำบากจึงทำให้ใช้เวลานานกว่า 40 นาทีกว่าจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เบื้องต้นบ้านต้นเพลิงจึงได้รับความเสียหายหมดทั้งหลังและยังลุกลามไปติดอาคารพาณิชย์ข้างเคียงเสียหายไปด้วยอีก จำนวน 4 คูหา
สอบสวน นางถวิล ศรีบัว อายุ 70 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุอยู่กับลูกสาวในบ้านเพียง 2 คน โดยตนกำลังนำผ้าลงถังซักอยู่บริเวณชั้นล่าง ส่วนลูกสาวก็นั่งดูทีวีอยู่ใกล้ๆกัน จู่ๆ มีกลุ่มควันขึ้นมาจากบนบ้านชั้นที่ 2 ตนและลูกสาวตกใจทำอะไรไม่ถูก จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกมาร้องให้คนช่วยเพราะทำอะไรไม่ถูก แต่จากนั้นก็มีแสงเพลิงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วไม่สามารถควบคุมได้จึงทำให้เกิดความเสียหายไปถึงเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วยดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.เจษฎา กล่าวว่า ขณะนี้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบในบ้านต้นเพลิงแล้ว เชื่อว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเพราะสภาพสายไฟเก่ามาก แต่จะเรียกเจ้าของบ้านและพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อรอผลตรวจพิสูจน์จาก พฐ.มาประกอบสำนวนคดีก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป





