รวบแล้ว! โจรมารยาทดีชิงทรัพย์เซเว่น 7 แห่งในคืนเดียว
วันนี้ (11 ก.ค.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร.พล.ต.ท.ศรีวราห์รังสิพราหมณกุลผบช.น.พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น.พ.ต.อ.ปวรพรพรหมมา ผกก.สน.ดินแดง พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันจับกุมนายฤทธิเกียรติ หรือบิวศิริจันทร์ อายุ 20 ปี และ นายอรรถพันธ์ หรือ หนุ่ม คมขำ อายุ 19 ปีพร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด. 22 จำนวน 6 นัด รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีขาว ทะเบียน 2 กส 5139 กรุงเทพฯ หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น7แห่งภายในคืนเดียวในท้องที่สน.สุทธิสาร สน.ดินแดง สน.พญาไทและสน.บางซื่อ เมื่อช่วงดึกของวันที10ก.ค.ที่ผ่านมาโดยภาพวงจรปิดจับภาพผู้ต้องหาขณะก่อเหตุ และหลังจากก่อเหตุภาพวงจรปิดจับภาพคนร้ายยกมือไหว้พนักงานร้านอย่างมีมารยาทงามอีกด้วย
พ.ต.อ.ปวร กล่าวว่า หลังจากก่อเหตุทางเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนเส้นทางหลบหนีและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเป็นเบาะแสสำคัญสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปพักที่แฟลต11(แฟลตดินแดง) แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯซึ่งเป็นบ้านของนายอรรถพันธ์ จึงนำกำลังเข้าจับกุมควบคุมตัวได้เมื่อช่วงเช้าของวันที่11ก.ค.ที่ผ่านมานี้เอง
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าไม่มีการวางแผนชิงทรัพย์แต่อย่างใด เพียงแต่ขี่รถจยย.ตระเวนไปตามร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นจากนั้นก็ลงจากรถวิ่งเข้าไปลงมือทันทีโดยใช้อาวุธปืนพกไทยประดิษฐ์ชิงทรัพย์บังคับให้พนักงานร้านส่งเงินสดส่วนสาเหตุที่ยกมือไหว้นั้นเนื่องจากต้องการขอบคุณพนักงานร้านสะดวกซื้อที่ให้ความร่วมมือยอมให้พวกตนเข้าไปชิงทรัพย์แต่หากไม่ให้ความร่วมมือก็จะใช้อาวุธปืนยิงทันที
ทั้งนี้ ระหว่างที่ผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์มีท่าทีพูดจาคล้ายคนเมาสารเสพติดตาลอย ซึ่งทางตำรวจจะได้ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดต่อไป
ทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวหรือมีเหตุอันควรควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทางด้าน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้ตนได้นำเรียนกับทางผบ.ตร. ขอชมเชยทางบช.น.ที่สามารถจับกุมคนร้ายหลังก่อเหตุได้ภายใน24ชั่วโมง อยากขอเตือนผู้หลงผิดไม่ให้เอาไปเป็นเยี่ยงอย่าง ต่อไปก็คงต้องมีการประสานเจ้าหน้าที่สอดส่องตรวจตราคนร้ายไม่ให้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีกต่อไป




