วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้องสกอ.จี้'ภารดาบัญชา'พ้นตำแหน่ง'อธิการฯเอแบค'

ร้องสกอ.จี้ "ภารดาบัญชา" พ้นตำแหน่งอธิการบดีเอแบค เหตุทุจริต ไม่โปร่งใส

ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดร.สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เข้ายื่นหนังสือต่อ รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เพื่อขอให้ สกอ.ติดตามการอุทธรณ์คำสั่ง และการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมติสภามหาวิทยาลัยของนายกสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งมี รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม รองเลขาธิการ กกอ.เป็นผู้รับหนังสือแทน โดย ดร.สุทธิพร กล่าวว่า ตนมาขอให้ สกอ. ช่วยพิจารณา และยืนยันว่ามติของสภามหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นได้รับการชี้แจงจาก สกอ.ว่า สกอ.ได้มอบอำนาจในการบริหารจัดการให้แก่สภามหาวิทยาลัยทุกแห่งแล้ว ดังนั้น คำสั่งสภาฯ จะถือเป็นคำสั่งปกครองที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม แต่ต้องเป็นการประชุมสภาฯที่ถูกต้อง และเป็นมติเสียงส่วนใหญ่ แต่ทั้งนี้หากคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องในมุมมองของผู้เสียประโยชน์ หรือเสียสิทธิ์ใดๆ ก็สามารถดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้

ดร.สุทธิพร กล่าวต่อว่า การประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2558 ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ภราดาบัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมีพฤติกรรมน่าสงสัยในเรื่องการเงินอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง และสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย อาทิ โครงการเครื่องบินฝึกจำลอง มูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท ซึ่งอธิการบดีไม่ทำตามมติสภาฯ ที่ให้มหาวิทยาลัยลงทุน 15 ล้านบาทในบริษัท ไฟลท์ ซิมมูเลเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ในโครงการเครื่องฝึกบินจำลอง แต่อธิการบดีดำเนินการซื้อหุ้นของบริษัททั้งหมดประมาณ350 ล้านบาท และไม่สามารถหาลูกค้าได้ จึงต้องขายบริษัทออกไป และได้เงินคืนมาเท่าเดิม แต่แม้ได้เงินคืนทั้งหมด แต่คาดการณ์ว่าก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่มหาวิทยาลัยประมาณ60 ล้านบาทจากการหักภาษีในการซื้อขาย เป็นต้น

ทั้งนี้ที่ประชุมสภาฯยังมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิการบดีในเรื่องดังกล่าว และมีมติแต่งตั้งให้ตนทำหน้าที่รักษาการอธิการบดีแทนด้วย แต่มติต่างๆ เหล่านี้นายกสภาฯ ไม่ยอมลงนาม ที่ประชุมจึงแต่งตั้งให้ภราดาวิศิษฐ์ ศรีวิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาฯ เป็นผู้ลงนามแทน โดยมีคำสั่งในมติดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.2558

ดร.สุทธิพร กล่าวอีกว่าสำหรับระเบียบเกี่ยวกับผู้ที่จะลงนามในคำสั่งมติสภาฯ จากการศึกษากฎระเบียบต่างๆ ของทางมหาวิทยาลัย พบว่า มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญไม่มีระเบียบที่กำหนดชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เมื่อสภามีมติแล้วต้องให้นายกสภาฯ เป็นผู้ออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง แต่ที่ผ่านมาโดยธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อมีมติสภา ทางนายกสภาฯ ก็จะลงนามคำสั่งมติสภา เพราะต้องปฏิบัติตามมติสภา แต่ครั้งนี้นายกสภาฯ ไม่ยอมลงนาม ดังนั้น ที่ประชุมจึงต้องแต่งตั้งภราดาวิศิษฐ์เป็นผู้ลงนามในคำสั่งมติสภาฯแทนอย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่รักษาการอธิการบดี อยากให้งานเดินหน้าต่อไป เพราะการที่ไม่มีอธิการบดีทำให้เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย และนักศึกษา เพราะคำสั่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งภายใน หรือการลงนามในสัญญาต่างๆ ที่มีความผูกพันถูกโมฆะไปหมด

“ผมควรต้องเข้าไปทำงานในตำแหน่งรักษาการอธิการบดีตั้งแต่วันที่22 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ เพราะทีมงานของอธิการบดียังอยู่ และปฏิเสธตัวผม รวมทั้งปฏิเสธคำสั่งของมติสภาฯ ด้วย ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้อธิการบดีต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และหากยังมีการขัดขวางไม่ให้ผมเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ผมจะดำเนินการตามกฎหมายโดยแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนอธิการบดี ขณะนี้ยังไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะยังได้รับการปฏิเสธจากผู้ที่จะมาให้ข้อมูล”ดร.สุทธิพร กล่าว

ขอบคุณภาพ admissions.au.edu