ม.วลัยลักษณ์เดินหน้าอีอ๊อคชั่น ศูนย์การแพทย์มูลค่ากว่า 2 พันล้าน

ม.วลัยลักษณ์เดินหน้าอีอ๊อคชั่นศูนย์การแพทย์มูลค่ากว่า 2 พันล้านตามแผน ยันต้องเกิดประโยชน์กับชาวภาคใต้ตอนบนสูงสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เร่งแก้ไขปัญหาศูนย์การแพทย์ที่เกิดปัญหาเมื่อปีกลาย จนต้องยกเลิกสัญญาจากมูลเหตุการใช้เอกสารปลอมเข้าทำนิติกรรมสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ขณะที่ผู้บริหารชุดรักษาการณ์ได้เข้าเร่งแก้ไขปัญหาโดยการจัดวางแผนหรือโรดแม๊ป เงื่อนเวลาในกระบวนการต่างเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งภายใน และภายนอก เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใหม่ โดยใช้วิธีประกวดราคาแบบวิธีอิเลคทรอนิค หรือที่เรียกว่าอีอ๊อคชั่น โดยจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้หรือวันที่ 3 กรกฎาคม 2558 เพื่อหาผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหม่ที่จะเข้ามาก่อสร้างศูนย์การแพทย์มูลค่ากว่า 2 พันล้านให้เกิดขึ้นให้ได้ตามแผนงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ รวมทั้งเป็นสถานพยาบาลที่จะกลายเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญของภาคใต้ตอนบน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าก่อนที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จะเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ครั้งใหม่นี้ ได้มีกระบวนการทางกฎหมาย และสอบทานความถูกต้องของขั้นตอนไปกับสำนักงานอัยการสูงสุดในเรื่องการหาผู้รับจ้างรายใหม่ และ กรมบัญชีกลางในเรื่องการคำนวณราคากลางครั้งใหม่ รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมบัญชีกลางเนื่องจากงบประมาณที่ใช้ในการนี้ยังไม่ได้ถูกเบิกจ่ายออกไปยังคงอยู่ครบทั้งหมด และยังมีดอกเบี้ยที่ได้รับจากสถาบันการเงินของรัฐที่ดูแลระบบการเงินของมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนนี้มหาวิทยาลัยสามารถนำดอกผลไปบริหารจัดการได้อีก
สำหรับคดีปกครองที่ บริษัทร่วมค้าผู้รับเหมารายเดิมได้ยื่นฟ้อง ม.วลัยลักษณ์ ต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช ในคดีหมายเลขดำที่ 6/2558 และในระหว่างที่มีการพิจารณาคดี ทางพีวีทีซึ่งเป็นผู้รับเหมายื่นขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ดำเนินการใดๆ เพื่อจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่มาแทน และขอให้สัญญาจ้างที่มีเอกสารประกอบสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมายยังมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยอ้างว่าเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐไม่ให้เกิดความเสียหาย
ต่อมาเมื่อ 10 เม.ย.58 ที่ผ่านมาศาลได้มีคำสั่งให้ยกคำขอคุ้มครองชั่วคราวของกิจการร่วมค้า ผู้รับเหมาที่ถูกยกเลิกสัญญา ในขณะนี้เป็นหน้าที่โดยชอบธรรมของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่จะต้องดำเนินการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ต่อไปให้แล้วเสร็จ ตามแผน และได้เล็งเห็นแล้วว่าหากศาลมีมาตรการหรือสั่งให้มีการคุ้มครองชั่วคราว จะเกิดปัญหากระทบตามมาอีกมหาศาล
นายประสิทธิชัย หนูนวล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ระบุว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากการเฝ้ามอง การเข้ามาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ องค์กรตรวจสอบรายหนึ่ง ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเป็นหน่วยงานไหน ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า เจ้าหน้าที่คนนี้มีความพยายามและความตั้งใจ ในการตรวจสอบเรื่องการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ จนผิดสังเกต
"บุคคลคนเดียวกันยังเข้ามาอีกหลายครั้ง ด้วยท่าที ที่ไม่ควรปฏิบัติในสถานที่ราชการ จนพนักงานหลายคน ในมหาวิทยาลัยรู้สึกอึดอัด กับการกระทำเช่นนี้ และต่างเห็นตรงกันว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และล่าสุด เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีหนังสือด่วนจาก ผู้อำนวยการ ต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่คนนี้ส่งมาถึงมหาวิทยาลัย ให้ทบทวนเรื่องการประกวดราคาจัดซื้อ จัดจ้าง การก่อสร้างศูนย์การแพทย์ใหม่ เห็นว่า แล้วจะหยุดหรือทบทวนด้วยเหตุผลใด"
นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ยังให้ความเห็นส่วนตัวในเรื่องนี้อีกว่า เรื่องการเดินหน้าศูนย์การแพทย์ เป็นการดำเนินการตามอำนาจศาล ก่อนหน้านี้แล้ว ว่า ให้เดินหน้าศูนย์การแพทย์ได้ในฐานะของประชาชนคนหนึ่ง ที่ต้องการให้เกิดศูนย์การแพทย์ และเป็นประโยชน์สาธารณะ ดังนั้น การดำเนินใดๆ ขององค์กรตรวจสอบทางการเงินแห่งนี้ต้องพิจารณาถึงอำนาจศาลด้วย มิฉะนั้น ทั้งหน่วยงานจะไม่มีความน่าเชื่อถือ ในสายตาคนทั่วไปแต่หากดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ก็เป็นสิ่งที่ควรยกย่องชื่นชม
นายประสิทธิชัย หนูนวล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระบุว่า ขอเรียกร้องให้ประชาคมใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจด้วยว่าการกระทำโดยการส่งหนังสือมาให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ทบทวนการจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างรายใหม่นี้ ผู้ออกหนังสือฉบับนี้คิดอะไรอยู่ ขออย่าทำลายความหวังของชาวภาคใต้ตอนบนที่จะได้มีโรงพยาบาลที่มีคุณภาพเช่นเดียวกับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ที่เป็นที่พึ่งของชาวภาคใต้ตอนล่าง ขออย่าทำลายความหวังของลูกหลานที่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่มุ่งหวังที่ได้เข้าศึกษาต่อในสถาบันที่มีความพร้อมแห่งนี้ ข้าราชการที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดขอให้สำนึกว่าท่านคือข้าในการของพระราชา ประชาชนยังเชื่อมั่นในความเป็นคน







