วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับ3โคลอมเบีย ลักทรัพย์บ้าน'อดีตแกนนำพันธมิตร'

สืบนครบาล 2 โชว์ผลงาน รวบ 3 โคลัมเบีย ลักตู้เซฟบ้าน “ประพันธ์ คูณมี” อดีตแกนนำพันธมิตร

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ตชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 แถลงผลการจับกุม นายชัวเรส พินีรอส เจอแมน อายุ 30 ปี นายหลุยโพวีดา โรเบน โนเบอโต อายุ 31 ปี และนายควินเทโร มอนเตนิโก หลุยจาร์แลน อายุ 30 ปี ทั้งหมดเป็นชาวโคลอมเบีย พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินมีค่าประเภท เครื่องประดับและทองรูปพรรณหลายรายการ รถเก๋งนิสสัน ทีด้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌค 9204กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมได้ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พ.ต.อ.ธีระชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ได้มีเหตุคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ลักทรัพย์ยกตู้เซฟภายในบ้านเลขที่ 70/246 หมู่บ้านชลลดา โครงการรามอินทรา ซอย 1 กาญจนาภิเษก 7 ถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก แขวงและเขตคันนายาว กทม. ของนายประพันธ์ คูณมี อายุ 61 ปี ประธานและทนายความ บ.อมรินทร์กฎหมายและการบัญชี จก. อดีต สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี49 และอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ทรัพย์สินไปกว่า20 ล้าน บาท ก่อนหลบหนีไป ต่อมาวันที่ 1 ก.ค. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำหมายค้นของศาล จว.พัทยา เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 17/173 ม.ธัญญวันท์ ซิตี้โฮม1 หมู่5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะเข้าทำการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภาพในบ้านและมีท่าทางพิรุธพยายามหลบหนี จึงทำการตรวจค้นตัวจนพบของกลาง ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าทรัพย์สินมีตำหนิคล้ายกับทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายนำไปจากบ้านดังกล่าว จากนั้นจึงเข้าตรวจค้นภายในบ้านของผู้ต้องหาอีก2ราย นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นทิด้า สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ฌค 9204 กรุงเทพ ที่แก๊งคนร้ายใช้การปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถ รุ่นและสี ที่ใช้ในการก่อเหตุ เข้าไปยังบ้านเป้าหมายและกดกริ่งเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีผู้ใดอยู่แล้วเข้าไปลักทรัพย์ หากพบตู้เซฟก็จะยกขึ้นท้ายรถและหลบหนีไป

จากแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ยังพบอีกว่า กลุ่มผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักทรัพย์บ้านเลขที่ 44/195 หมู่บ้านอมรินทร์ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งเป็นบ้านของนางวาสินา วิเศษกุล พนักงานธนาคารกรุงเทพ โดยได้ทรัพย์สินเป็นแหวนทองคำ และทรัพย์สินอื่นๆ ก่อนหลบหนีไป  

สอบสวนทั้งหมดยังคงให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าของกลางทั้งหมดเป็นของเพื่อนชาวโคลอมเบียนำมาฝากไว้อย่างก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งจะต้องดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง และติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีไปได้อีก 1 ราย เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือ โดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปโดยประการใดๆ หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขนดำเนินคดีต่อไป

ด้านนายประพันธ์ กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุนั้นตนได้รับทราบเรื่องเมื่อประมาณช่วงเช้าโดยทางแม่บ้านได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าได้มีขโมยมาขโมยของภายในบ้านไป ซึ่งเมื่อได้มาตรวจสอบภายในบ้านพบว่ากลุ่มคนร้ายได้ขโมยซึ่งได้ยกตู้เซฟที่อยู่ภายในห้องนอนของภรรยาไป โดยคาดว่าขณะที่กลุ่มคนร้ายได้ขนตู้เซฟจากชั้น2ลงไปข้างล่าง ซึ่งเมื่อตรวจสอบภายในห้องพบว่ามีฝาครอบของโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง ฮีโร่ ตกอยู่บริเวณในห้องนอน ซึ่งในฝาครอบโทรศัพท์บังเอิญมีเบอร์โทรศัพท์ติดอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นของคนร้าย ตนจึงได้เอาฝาครอบโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อที่จะตรวจสอบรายระเอียดของคนร้ายว่าเป็นกลุ่มใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์จนทราบว่าผู้ต้องหานั้นใช้โทรศัพท์อยู่ในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี จึงนำกำลังติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ทรัพย์สิน และสิ่งของที่กลุ่มผู้ต้องหาได้ขโมยไปนั้น ก็จะเป็นพวกพระเครื่องเลี่ยมทอง ประมาณ 20-30 องค์ อาทิเช่น พระสมเด็จ หลวงปู่ทวด เป็นต้น ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าประมาณหลายสิบล้าน