“กมธ.ร่างรธน.” ผ่าน1มาตราว่าด้วยสื่อฯ - แขวนม.50 ว่าด้วยคลื่นความถี่ปมให้คนต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการโทรคมนาคม-รอดูรายละเอียดกฎAEC
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีวาระพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นวันที่สาม โดยใช้เวลาประชุมเพียงครึ่งวันเช้า คือ 09.00 -12.30 น. เท่านั้นและผลการประชุมได้ผ่านการพิจารณาไปเพียง 1 มาตราและรอการพิจารณาไว้ 1 มาตรา คือ ผ่านมาตรา 49 ว่าด้วยเสรีภาพของพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชน รวมถึงข้อกำหนดที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่ทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการสื่อสารมวลชนห้ามแทรกแซงหรือขัดขวางการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยที่ประชุมปรับแก้ไขในถ้อยคำเพียงเล็กน้อย ในวรรคท้าย ว่าด้วยการคุ้มครองพนักงานหรือลูกจ้างเอกชนที่ประกอบกิจการสื่อมวลชน โดยได้ปรับจากคำว่า “การคุ้มครองสวัสดิการ” เป็น “การคุ้มครองสวัสดิภาพ” เพื่อให้ความหมายของคำตรงกับเจตนารมณ์ที่รัฐต้องให้การคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน และเพื่อไม่ให้ถูกบุคคลตีความว่าการคุ้มครองสวัสดิการนั้นหมายถึงการกำหนดให้รัฐจัดกองทุนเพื่อคุ้มครองสื่อ หรือจ่ายค่าทดแทนให้สื่อมวลชน
ขณะที่มาตรา 50 ว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่ และการกำหนดให้มีองค์การของรัฐที่เป็นอิสระในการทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ โดยที่ประชุมได้ปรับแก้ไขตามข้อเสนอของภาคส่วนต่าง ๆ ในวรรคสาม ที่ว่าด้วยการแข่งขันและการเก็บค่าธรรมเนียมในการประมูลคลื่นความถี่ โดยได้ตัดคำว่า “มากกว่าการมุ่งหารายได้เข้ารัฐหรือองค์กรดังกล่าว” ออก ขณะที่ในวรรคท้ายว่าด้วย “เจ้าของกิจการตามมาตรานี้ต้องเป็นพลเมือง และต้องไม่ดำเนินการในลักษณะที่อาจมีผลตามที่บัญญัติในมาตรา 48 ด้วย ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ที่ประชุมได้ถกเถียงกันนานเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ยังไม่มีข้อยุติว่าจะปรับ ตัด หรือแก้ไขอย่างไร เนื่องจากบทบัญญัติวรรคดังกล่าว ที่กำหนดให้พลเมือง ที่มีความหมายถึงคนสัญชาติไทย เป็นเจ้าของกิจการฯ อาจขัดต่อข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้าบริการ ชุดที่ 8 ของไทยว่าด้วยการให้สิทธิคนต่างชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนสามารถดำเนินกิจการโทรคมนาคมในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 70 ได้ดังนั้นที่ประชุมจึงได้รอการพิจารณาวรรคดังกล่าวไว้ก่อน และรอการศึกษาข้อมูลที่รอบคอบก่อนตัดสินใจปรับปรุงเนื้อหา


