วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ผบ.กองพลร.4' ตั้งโต๊ะเจรจาท่าข้าว ให้จ่ายเงินชาวนา

ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่4 เรียกเจ้าของท่าข้าวนิเวชฯ ตั้งโต๊ะเจรจากับชาวนาพรหมพิราม หลังร้องเรียน8เดือนยังไม่ได้เงิน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ว่าการอำเภอพรหมพิรามจังหวัดพิษณุโลก พลตรีนพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุบผะศิริ นายอำเภอพรหมพิราม พ.ต.อ.สมนึก มากมี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพรหมพิราม และหัวหน้าส่วนราชการ ได้เชิญตัวนายวีระวงศ์ จันทร์ลภโชติ เจ้าของท่าข้าวนิเวชเจริญทรัพย์ มาเจรจากับชาวนาชาวนาในพื้นที่ ม.2,ม.3,ม.4,และ ม.5 ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จำนวน 18 คน หลังจากที่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 ชาวนาได้เดินทางทางเข้าร้องขอความเป็นธรรม หลังจากนำข้าวไปขายให้กับท่าข้าวเมื่อช่วงเดือน ตุลาคม 2557 แต่ยังไม่ได้รับเงิน จนปัจจุบันเวลาล่วงเลยมานานถึง 8 เดือนแล้ว ชาวนาเคยร้องไปยังหลายหน่วยงานก็ยังไม่สามารถบังคับให้จ่ายเงินค่าข้าวให้กับชาวนาได้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท


หลังจากการเจรจาพลตรีนพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ได้จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางออกให้ชาวนาสามารถมีเงินไปหมุนเวียนลงทุนทำนา โดยสั่งการให้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพรหมพิราม นายอำเภอพรหมพิราม ตรวจสอบยอดค้างชำระของชาวนาแต่ละราย และมีรายใดที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความหรือไม่ ให้ทำการตรวจสอบทรัพย์สินของนายวีระวงศ์ จันทร์ลภโชติ พร้อมภรรยาว่ายังมีทรัพย์สินอื่นใดที่จะสามารถนำมาแปลงเป็นเงินได้หรือไม่ หากมีการบิดพลิ้ว ไม่ยอมให้ตรวจสอบ หรือทราบทีหลังว่ามีการปกปิดข้อมูลต่างๆ ก็จะดำเนินการทางกฎหมายทันที


นายวีระวงศ์ จันทร์ลภโชต เจ้าของท่าข้าวนิเวชเจริญทรัพย์ กล่าวว่า ตนยอมรับผิดที่ยังไม่ได้จ่ายเงินให้กับชาวนา เนื่องจากธุรกิจประสบปัญหา นำข้าวไปขายแต่ก็ยังไม่ได้รับเงินเช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้ที่ซื้อข้าวต่อไปก็ได้หนีไปแล้วตนไม่สามารถจะตามเงินได้ จึงต้องหมุนเงินของท่าข้าวเองมาจ่ายแต่ตอนนี้ขาดสภาพคล่องจึงไม่สามารถหาเงินมาจ่ายชาวนาได้ตามจำนวน และตามกำหนดที่นัดไว้ไห้ แต่ขอยืนยันว่าไม่ได้คิดเบี้ยวหรือไม่จ่ายแต่อย่างใด ขณะนี้ตนพยายามหาทางออกอยู่คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้น่าจะพอมีเงินหมุนมาจ่ายคืนชาวนาได้บางส่วน และส่วนที่เหลือจะรีบดำเนินการให้ไว้ที่สุด


ด้าน นายเสน่ห์ โอดมี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 ม.2 ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ตัวแทนชาวนา เปิดเผยว่า ตนทราบว่าทางท่าข้าวขาดสภาพคล่องไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้ได้ แต่อยากไกล่เกลี่ย เจรจากันดู เพราะชาวนาเองก็ไม่อยากไปสู้กันในชั้นศาล เพราะต้องเสียทั้งเวลาทำงานหาเงิน และก็ไม่รู้ว่าคดีจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ แล้วจะได้เงินคืนหรือไม่ เพราะชาวนาเองไม่ได้อยากจะชนะคดี แต่อยากได้เงินคืนเพียงเท่านั้น อย่างน้อยได้เงินคืนมาบ้าง บางส่วนก็ยังดี เพราะตอนนี้ก็จะได้เวลาลงมือทำนาครั้งรอบต่อไปแล้ว ชาวนาเองยังไม่มีทุนในการทำนาเลย อยากให้เห็นใจชาวนาบ้าง