วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัตวแพทย์ระบุช้างป่าวันนี้อาการทรุด หลังล้มนอนครั้งที่3

สัตวแพทย์ เผยอาการช้างป่าทรุดหนัก หลังติดเชื้อในกระแสเลือด คาดใช้รถแบคโฮพยุงให้ลุกขึ้นอีกครั้งพิงกับต้นไม้ ประเมินอาการเป็นระยะ

วันนี้ (22 มิถุนายน 2558) ความคืบหน้ากรณี พบช้างป่าที่ออกมาหากินและล้มป่วย นอนอยู่ข้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ภายในค่ายฤทธิฤาชัย หมู่ 3 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสัตวแพทย์พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้เริ่มให้การรักษาตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ต่อเนื่องจนถึงวันนี้ ซึ่งหลังจากที่ช้างป่าได้สะบัดเชือกที่ผูกติดกับรถแบคโฮเอาไว้และเดินเข้าป่าไปล้มอยู่ในป่าประมาณ 30 เมตร โดยมีนายวุฒิพงศ์ ศรีช่วย ผช.หน.อุทยานฯแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าประเทศไทยWCS)ได้ติดตามไปพบ ซึ่งล่าสุดนายสัตวแพทย์ธนภัทร แซ่ซิ่น จากโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหิน และสัตวแพทย์หญิง เสาวลักษณ์ พาด้วง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เข้าไปตรวจดูอาการช้างป่าเพศเมียอายุประมาณ 3-5 ปีน้ำหนักประมาณ 1 ตันครึ่ง ซึ่งพบว่าอาการทรุดลงจากเมื่อเย็นวานนี้มาก ทำให้ทางสัตวแพทย์ตัดสินใจให้น้ำเกลือครั้งละ 2 ขวดอีก 20 ขวดและฉีดกลูโคสผสมน้ำเกลืออีก20 ขวดและฉีดยาลดการปวด เพิ่มวิตามินให้กับช้างป่าที่ล้มป่วยอยู่ ซึ่งทางสัตวแพทย์ที่มาทำการรักษาช้างป่ายังคงยืนยันว่า จะต้องรักษาช้างป่าให้ดีที่สุด

โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จัดเจ้าหน้าที่อยู่รายรอบบริเวณดังกล่าว เพื่อดูแลพื้นที่เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งมีโขลงช่างป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนายสัตวแพทย์ธนภัทร แซ่ซิ่น จากโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหิน กล่าวว่าจากการเก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการซึ่งผลเลือดออกมา มีการติดเชื้อในกระแสดเลือดและมีเม็ดเลือดขาวในปริมาณมาก ยอมรับว่าอาการของช้างป่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง ไม่สามารถทานอาหารและน้ำได้ในขณะนี้ และหากดำเนินการให้น้ำเกลือครบจำนวนแล้ว จะตัองใช้รถแบคโฮใช้เชือกที่มีผู้นำมามอบให้เพื่อใช้พยุงช้างป่าที่ป่วยให้ลุกขึ้นเพื่อพิงไว้กับต้นไม้เนื่องจากช้างป่าล้มเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในขณะที่ในค่ำคืนนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จะต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าช้างป่าท่าเจ็บป่วยและต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเข้ามาอยู่ในบริเวณป่า ในขณะเดียวกันมีการรายงานให้ทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทราบเป็นระยะ