'สปีธ'เบอร์ดีหลุมสุดท้าย แชมป์กอล์ฟยูเอสโอเพ่น

จอร์แดน สปีธ โปรวัย 22 ปี เก่งบวกเฮงยิงเบอร์ดีหลุมสุดท้าย เฉือนชนะ ดัสติน จอห์นสัน ที่พลาดทำ 3 พัตต์
กับ ลูอิส อุสธุยเซน เพียงแค่สโตรกเดียว คว้าแชมป์กอล์ฟ ยูเอส โอเพ่น ไปครอง
ศึกกอล์ฟเมเจอร์รายการที่ 2 ของปี “ยูเอส โอเพ่น” ที่แชมเบอร์ส เบย์ พาร์ 70 รัฐวอชิงตัน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เป็นการเล่นรอบสุดท้าย ปรากฏว่า จอร์แดน สปีธ โปรวัย 22 ปี จากเท็กซัส ที่เล่นกลุ่มรองสุดท้ายกับ เบรนแดน เกรซ จากแอฟริกาใต้ ทำเบอร์ดี้หลุมสุดท้าย จบรอบที่ 1 อันเดอร์พาร์ 69 ขึ้นไปเป็นผู้นำบนคลับเฮาส์ที่ 5 อันเดอร์พาร์ 275 โดยเหลือเพียง ดัสติน จอห์นสัน รุ่นพี่ร่วมชาติคนเดียวเท่านั้นที่เล่นเป็นก๊วนสุดท้าย กับ เจสัน เดย์ จากออสเตรเลีย ที่มีลุ้นแย่งแชมป์
การเล่นหลุมสุดท้าย จอห์นสัน ทำ 2 ขึ้นมาออนบนกรีน มีโอกาสพัตต์ทำอีเกิล์ระยะ 12 ฟุต เพื่อเป็นผู้ชนะรายการนี้ แต่กลับพลาดทำถึง 3 พัตต์ ได้พาร์ทำให้ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของสปีธในทันที ได้อันดับที่ 2 ร่วมกับ ลูอิส อุสธุยเซน จากแอฟริกาใต้ ที่ทำ 3 อันเดอร์พาร์ ในวันสุดท้าย
จากชัยชนะครั้งนี้ ทำให้สปีธ ที่ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน เม.ย. เคยได้แชมป์เมเจอร์แรกของปี คือ เดอะมาสเตอร์ส กลายเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุด ต่อจาก บ็อบบี โจนส์ ตำนานนักกอล์ฟ ที่ได้แชมป์รายการนี้ในปี 1923 และทำสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุด ที่ได้แชมป์รายการเมเจอร์ 2 ครั้ง ต่อจาก ยีน ซาราเซน ที่ทำได้ในปี 1922 และยังเป็นนักกอล์ฟคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ ที่ได้แชมป์ยูเอส โอเพ่น และมาสเตอร์ส ในปีเดียวกัน ต่อจาก เครก วู้ดส์ (1941), เบน โฮแกน (1951, 1953), อาร์โนลด์ พาลเมอร์ (1960), แจ็ค นิคคลอส (1972) และ ไทเกอร์ วู้ดส์ (2002) อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังทำให้ สปีธ ที่จะมีอายุครบ 22 ปีเต็ม ในวันที่ 17 ก.ค. มีสิทธิสร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกของโลก ที่ได้แชมป์เมเจอร์ทั้ง 4 รายการในปีเดียวกัน หากสามารถชนะการเล่นอีก 2 เมเจอร์ที่เหลือ คือ ดิ โอเพ่น และพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ได้สำเร็จ




