วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซิโก้'ยันแยกชุดใหญ่-ปรีอลป. แต่อาจดึงบางคนเล่นเจออิรัก

“ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชช้างศึก ยืนยัน นักเตะทีมชาติไทย ชุดใหญ่ กับ ชุดเยาวชน

อายุไม่เกิน 23 ปี (ปรี-โอลิมปิก) แยกกันคนละชุด แต่อาจจะดึงนักเตะบางคนขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ นัดเจอ อิรัก ขณะทีี่ทีมสาวไทยชุดประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกกลับถึงเมืองไทย ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

ความเลื่อนไหว “ช้างศึก”ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่ม เอฟ หลังจากที่เก็บ 6 แต้มเต็มในการลงสนาม 2 นัด ซึ่งเกมนัดที่ 3 จะรับการมาเยือน อิรัก วันที่ 8 ก.ย.นี้ ล่าสุด“ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย เปิดเผยว่า สำหรับการเตรียมทีมชาติไทย ชุดใหญ่ สู้ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี (ปรี-โอลิมปิก) จะแยกนักเตะกันอย่างชัดเจน เพราะนักเตะอายุ 22-23 ปี ส่วนใหญ่เป็นนักเตะจากชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ยังสามารถเล่นได้อีกร่วม 10 ปี แต่ก็อาจจะเรียกนักเตะจากชุดปรี-โอลิมปิก บางคนขึ้นมาเสริมทีมชุดใหญ่ ซึ่งในสัปดาห์หน้า จะมีการประชุมร่วมกับสตาฟฟ์โค้ช คงมีความชัดเจนทั้งหมดทั้งจำนวนตัวผู้เล่น และแผนการเตรียมทีม

“เท่าที่เห็นฟอร์มการเล่นของอิรักในเกมอุ่นเครื่องกับญี่ปุ่น แม้อิรักจะแพ้ 0-3 แต่ยอมรับเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก นักเตะมีรูปร่างสูงใหญ่ ความสามารถเฉพาะตัวดีมาก เป็นทีมที่น่ากลัวทีเดียว แต่ถามว่าเราสู้ได้หรือไม่ ตอบได้เลยว่าสู้ได้ เพียงแต่ว่าเราต้องเตรียมทีมให้พร้อมมากที่สุด ทั้งนี้ผมยังมั่นใจเรามีโอกาสสูงในการเก็บ 3 แต้มสำคัญกับอิรักได้”

“ซิโก้” เผยอีกว่า ตามที่หลายคนวิเคราะห์กันว่า ทีมชาติไทย ชนะ สิงคโปร์ มาแล้ว ขณะที่ สิงคโปร์ บุกไปเสมอกับ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นยอดทีมของเอเชีย ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และญี่ปุ่น เอาชนะ อิรัก 3-0 ดังนั้น ทีมไทย ก็น่าจะเอาชนะ อิรัก ได้อย่างไม่ยากเย็น เรื่องนี้ชี้แจงว่าไปวัดมาตรฐานกันไม่ได้เลย บอกได้เลยว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ สำหรับฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก สิ่งเดียวที่ทำได้คือความพร้อมและความสมบูรณ์ของนักเตะเท่านั้น

ขณะที่ทีมนักเตะสาวไทย ชุดสร้างประวัติศาสตร์ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่ประเทศแคนาดา ได้เดินทางกลับถึงเมืองไทยแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของครอบครัวและแฟนบอล “มาดามแป้ง” นาวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมได้เปิดเผยว่า พอใจในผลงานของลูกทีมระดับหนึ่งแต่ก็เสียดายที่ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าทีมไทยอยู่ในสายที่แข็ง แต่เราที่รูปร่างเป็นรองก็สู้กับทีมระดับโลกได้ดี อย่างเกมแรกกับนอร์เวย์หลายคนก็คิดว่าน่าจะโดนอย่างน้อย 10 ประตู แต่เราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราสู้ได้ เกมสองกับไอวอรีโคสต์ เราสู้กันขาดใจและเอาชนะได้ 3-2

“หลังจากจบรายการนี้ทำให้เห็นว่า คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไรสามารถสู้ได้ทุกชาติ ดังนั้นหลังจากนี้เราจึงต้องจัดฟุตบอลลีกหญิงเพื่อให้มีตัวเลือกที่มากขึ้น จากนั้นเราก็จะสามารถสู้ได้ทุกทีมแน่นอน”