กทม.เตรียมรับมือไวรัส“เมอร์ส” ใช้แผนเดียวเฝ้าระวั ง“อีโบลา-ไข้หวัดนก-ซาร์” จัดจนท. 76 ทีมสอบสวน-ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคทั่วกรุง
นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวภายหลังมีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 หรือเชื้อไวรัสกลุ่มอาการทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือไวรัสเมอร์ส ว่า กทม.ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามสถานการณ์ไวรัสเมอร์สตั้งแต่ปลายปีที่แล้วหลังจากพิธีฮัจญ์ ซึ่งติดตามในคน 2 กลุ่ม 1.กลุ่มคนไทยที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์ และ 2.ชาวต่างชาติที่ประกอบพิธีฮัจญ์ที่เดินทางมาประเทศไทย จำนวนกว่า 1,000 ราย แต่ขณะนี้สำนักการอนามัยกทม. มีระบบในการจัดการไวรัสเมอร์ส โดยจัดทีมเฝ้าระวังโรค สอบสวนโรค จำนวน 76 ทีม ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล รับแจ้งข่าวจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องทุกวัน และติดตามผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเข้าพบผู้ที่สัมผัสโรค ให้คำแนะนำการเฝ้าระวังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่สาธารณะ และจัดระบบการสื่อสารกับผู้สัมผัสโรค โดยจะติดตามจนกว่าจะครบกำหนดการเฝ้าระวัง
นพ.พีระพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการตั้งรับหากพบผู้ป่วยที่คาดว่าติดเชื้อไวรัสเมอร์ส กทม.มีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อ ตั้งแต่อีโบลา ไข้หวัดนก ซาร์ มาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจะใช้มาตรการเฝ้าระวังป้องกันไวรัสเมอร์สในลักษณะเดียวกันโดยกำหนดให้โรงพยาบาลในสังกัดเตรียมพร้อมบุคลากร ทรัพยากร เจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ รวมทั้งห้องพักเพื่อรองรับผู้ป่วย โดยจะมีกระบวนการคัดกรองเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีไข้สูง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ หรือมีประวัติเคยเดินไปประเทศที่มีการแผร่ระบาดของโรค ซึ่งหน่วยคัดกรองจะแยกผู้ป่วยอาการดังกล่าวออกจากผู้ป่วยรายอื่นเพื่อเฝ้าระวังติดตามอาการต่อไป ทั้งนี้ แม้ว่าไวรัสเมอร์สจะเป็นโรคที่ติดต่อได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะติดต่อกันทุกราย จะติดเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยง กลุ่มที่มีภูมิต้านทานต่ำ ฉะนั้นอย่าวิตกกังวลหรือแตกตื่นจนเกินเหตุ แต่ก็ต้องเฝ้าระวัง อย่างน้อยที่สุดต้องล้างมือบ่อยๆ ทานอาหารและน้ำที่สะอาด หรือถ้าไม่มั่นใจก็งดไปในที่สาธารณะที่มีผู้คนแออัดหนาแน่น





