ปลัดกษ.เผย นายกฯ ช่วยเหลือชาวนาช่วงชะลอปลูกข้าวนาปี 22 จังหวัด หลังแล้งหนักมีน้ำกินน้ำใช้อีกแค่ 40 วัน
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้ชะลอการปลูกข้าวนาปี 22 จังหวัดออกไปก่อนจนกว่าฝนจะมา ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงเดือน ก.ค.นี้ โดยตอนนี้ยังมีสภาพฝนน้อยตั้งแต่ต้นฤดู ทำให้สถานการณ์น้ำในเขื่อนอยู่ในขั้นวิฤกต ซึ่งกรมชลประทานยังต้องปล่อยน้ำให้กับพื้นที่ปลูกข้าวไปแล้ว 2.8 ล้านไร่ โดยปล่อยน้ำวันละ 30-35 ล้านลูกบาศก์เมตร
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เกษตรและสำนักงานชลประทานจะไปลงพื้นที่ทำความเข้าใจพร้อมกับสำรวจเกษตรกร 22 จังหวัด ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหาน้ำขาดแคลน รวมถึงพื่อเตรียมตัวตั้งรับสถานการณ์ รวมทั้งสอบถามจะให้รัฐช่วยเหลืออย่างไร และอยากได้อะไรสำหรับโครงการต่างๆ เช่น กิจกรรมทางการเกษตร เพื่อเร่งหาทางช่วยเหลือชาวนาที่ต้องพักนาในช่วงนี้ ซึ่งวิฤกตภัยแล้งในฤดูฝนเคยเกิดมาเมื่อปี 2535 ซึ่งตอนนั้นมีการประกาศให้งดปลูกข้าวทั้งปี สำหรับปริมาณที่อยู่ในเขื่อนใหญ่ยังมีใช้ทุกกิจกรรมอีก 40 วัน
ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้า กรมชลประทานเตรียมเสนอ 2 โครงการ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้กับพื้นที่ทำการเกษตรในภาคอีสานและในเขื่อนภูมิพล ต่อนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ พิจารณาก่อนเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาเป็นการเร่งด่วน โดย 2 โครงการคือโครงการเพิ่มน้ำในเขื่อนภูมิพล ประมาณ 2 พันล้านลบ.ม. และโครงการโขง-เลย-ชี-มูลเพื่อเพิ่มน้ำเข้ามาใช้ในภาคอีสาน ประมาณ 4 หมื่นล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีมูลค่าทั้งโครงการ 2.2 ล้านล้านบาท เพราะจากการประเมินปริมาณประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายของชุมชนเมือง
ทั้งนี้ หากไทยไม่สามารถจัดหาแหล่งน้ำกินน้ำใช้ได้เพิ่มอีก 10 ปีข้างหน้าไทย จะมีปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้แน่นอน โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการมายังกรมชลประทานให้เร่งทำยุทธศาสตร์ 2 โครงการนี้ให้เกิดขึ้นได้ภายในรัฐบาลปัจจุบัน โดยเป็นโครงการปีงบประมาณ 2558-2559 ซึ่งเพิ่มเติมจากโครงการปกติ จะใช้งบประมาณเฟสแรก ประมาณ 1 แสนล้านบาท





