วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทหารสอบ12จยย.รับจ้างเถื่อน ขนต่างด้าว-จ่ายส่วยจนท.

"นอภ.เมืองกาญจน์" ร่วมกับ ทหาร สอบเครียด 12จยย.รับจ้างเถื่อน ขนแรงงานต่างด้าว หัวละ1,200บ.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 9 มิถุนายน 2558 นายศรัทธา คชพลายุกต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากกรณีวันที่ 7 มิ.ย.58 นายสุวิทย์ มากแก้ว ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายสุวัฒนา ม่วงหวาน ปลัดอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายอภิรัฐ สงบจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ต.บ้านเก่า ร.ต.ธวัชชัย เป็นสุข ผบ.หน่วยดูแลรักษาพื้นที่ฝึกทางยุทธวิธี ทภ.1 ร.ท.สมาน โกศิวานนท์ รอง ผบ.ร้อย ทพ.ที่ 1405 จับกุมนายวิน ชาวเมียนม่าร์ อายุ 35 ปี ใช้รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีบอรนซ์ หมายเลขทะเบียน พร 6858 กทม.ขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 7 คน ได้ที่บริเวณถนนสายด่านชายแดนถาวร บ้านพุน้ำร้อน-เมืองกาญจนบุรี หมู่ 2 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

โดยนายวิน รับสารภาพว่า จะนำแรงงานทั้งหมดไปทำงานในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ค่าหัวคนละ 6,000 บาท โดยนายทุนชาวจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นคนจ่ายให้ นอกจากนี้ นายวิน ยังรับสารภาพอีกว่า ได้จ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆเพื่อเคลียร์เส้นทาง สำหรับข้อมูลที่นายวิน ยอมรับสารภาพว่าจ่ายเงินให้กับหน่วยงานใดบ้างนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกคำให้การ พร้อมทั้งบันทึกภาพเป็นวีดีโอเอาไว้หมดแล้ว และได้รายงานให้จังหวัดกาญจนบุรี และอธิบดีกรมการปกครองทราบแล้ว

ซึ่งวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษากับ พล.ต.ณัฐ อินทรเจิรญ ผบ.พล.ร.9 ค่ายสุรสีห์ จึงมีความเห็นพร้อมกันว่า จะดำเนินการสอบปากตำนายวิน พร้อมทั้งแรงงานทั้ง 7 คนอีกครั้งหนึ่ง โดยมีหน่ายงานที่เกี่ยวร่วมกันสอบปากคำที่ห้องประชุม ร้อย ทพ.ที่ 1405 หมู่ 12 ต.บ้านเก่า โดยนายวิน ยืนยันว่าได้จ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆจริง

ระหว่างการสอบปากคำนายวิน เพิ่มเติม พบประเด็นใหม่อีก 1 ประเด็น คือขั้นตอนและวิธีการขนแรงงานต่างด้าวข้ามมายังฝั่งไทย โดยนายวิน บอกว่า จะใช้วิธีให้แรงงานต่างด้าวทั้งหมดที่มีบัตรประชาชนของประเทศเมียนม่าร์ มาขอใบผ่านแดนชั่วคราวที่ด่าน ตม.บ้านทิกิ จากนั้นจะให้รถจักรยานยนต์รับจ้าง จากชุมชนชาวมอญบ้านหงสาวดี ที่อยู่ตามแนวชายแดนฝั่งประเทศไทย หมู่ 12 ต.บ้านเก่า เดินทางไปรับข้ามเข้ามายังฝั่งประเทศไทย โดยใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวแสดงต่อด่านทหารพราน ที่ตั้งอยู่แนวตะเข็บชายแดนอย่างถูกต้อง ตามระเบียบของกฎหมาย

หลังผ่านด่านดังกล่าวมาได้ รถจักรยานยนต์รับจ้าง จะขับขี่ไปตามชายเขาอ้อมไปทางชุมชนชาวมอญ บ้านหงสาวดี โดยไม่ผ่านด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อน และนำแรงงานทั้ง 7 คนไปรออยู่ที่ร้านหมากหวาน หมู่ 2 ต.บ้านเก่า จากนั้นนายวิน ก็จะขับรถยนต์มารับแล้วเดินทางไปจังหวัดพรรณบุรี

สำหรับค่าจ้าง คนขับรถจักรยานยนต์จะได้รับคนละ 1,200 บาทต่อหัว โดยนายวิน เป็นคนจ่าย หลังจากได้เงินมา คนขับรถจักรยานยนต์ก็จะนำไปจ่ายให้กับ นายโต้ง (นามสมมุติ) อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ที่ลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ คนละ 200 บาท นี่คือวิธีและขั้นตอนการขนแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ของขบวนการขนแรงงานต่างด้าว

นายศรัทธา คชพลายุกต์ เปิดเผยต่อว่า สำหรับกลุ่มชาวบ้านที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เป็นชาวมอญ และกะเหรี่ยง ที่อาศัยอยู่ชมชุนชาวมอญ บ้านหงสาวดี ที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ตนจึงสั่งการให้ นายอภิรัฐ สงบจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ต.บ้านเก่า ประสานไปยัง นาย โอ วัล ติน ผู้นำชุมชนชาวมอญ ให้เรียกชาวบ้านที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งหมด มาสอบปากคำ เพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมด ตามที่นายวิน กล่าวอ้าง โดยพบว่า มีทั้งหมด 12 คน โดยให้ทั้งหมดนำรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งบัตรจำตัวมาด้วย เพื่อถ่ายภาพทำประวัติเอาไว้

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสอบปากคำทีละคน เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 8 มิ.ย.ต่อเนื่องไปจนถึงเวลาประมาณ 02.00 น.วันที่ 9 มิ.ย.ซึ่งทุกคน ต่างก็ยอมรับสารภาพว่า เป็นไปตามที่นายวิน กล่าวอ้างจริง เจ้าหน้าที่จึงทำประวัติทั้ง 12 คนเอาไว้ หากพบว่า มีใครกระทำการซ้ำอีก เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยการผลักดันกลับประเทศทันที

สำหรับแรงงานต่างด้าวทั้ง 7 คน ที่ถูกจับกุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายด้วยการผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนนายวิน จะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายโต้ง อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ต.บ้านเก่า เจ้าหน้าที่ประสาน เพื่อเชิญตัวมาสอบปากคำ แต่ไม่ยอมมา จึงเรียกภรรยามาสอบปากคำแทน โดยภรรยาของนายโต้ง รับอย่างหน้าตาเฉยว่า ทุกคนเอาเงินมาให้ เป็นค่าขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านที่ดินของตน เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะดำเนินคดีกับนายโต้ง ในข้อหาใดได้บ้าง ” นายศรัทธา เผย